“สู้ร้อนประเทศไทย (Heat Ready Thailand)” สถาปัตย์ฯ มธ. ผนึกภาคี ชูนวัตกรรม Cool Roof หั่นอุณหภูมิหลังคาทะลุ 23 องศา คุ้มครองชุมชนเปราะบาง

ไฮไลต์

  • เดินหน้าแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสภาพภูมิอากาศ สถาปัตย์ฯ มธ. ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย ริเริ่มโครงการ “สู้ร้อนประเทศไทย (Heat Ready Thailand)” นำร่องในเขตภาษีเจริญ เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากภาวะความร้อนสุดขั้ว
  • ชูนวัตกรรม “หลังคาเย็น (Cool Roof)” ร่วมมือกับภาคเอกชนนำสีสะท้อนความร้อนมาใช้กับบ้านกลุ่มเปราะบาง ช่วยลดอุณหภูมิพื้นผิวหลังคาได้ถึง 17–23 องศาเซลเซียส และลดอุณหภูมิภายในบ้านได้เฉลี่ย 2 องศาเซลเซียส
  • พลิกฟื้นพื้นที่รกร้างสู่ “ลานเย็น (Cool Island)” สร้างพื้นที่สีเขียวร่วมกับชุมชนเพื่อลดอุณหภูมิอากาศรอบๆ ได้ 2–8 องศาเซลเซียส พร้อมเป็นทั้งแหล่งอาหารและพื้นที่ชะลอน้ำฝน
  • เตรียมขยายผลสู่โมเดลระดับเมือง  อยู่ระหว่างการติดตามผลและถอดบทเรียน เพื่อนำข้อมูลไปขยายผลการรับมือภัยร้อนสู่ชุมชนอื่น และขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ให้เกิดขึ้นจริง

กรุงเทพมหานครกำลังเผชิญกับสภาพอากาศร้อนสุดขั้ว (Extreme Heat) และปรากฏการณ์ “เกาะความร้อนเมือง (Urban Heat Island)” ที่ทำให้อุณหภูมิในเมืองสูงกว่าชนบท ทว่าผลกระทบจากความร้อนนี้กลับไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคนอย่างเท่าเทียม กลุ่มเปราะบางในชุมชนเมืองแออัดคือผู้ที่ต้องรับผลกระทบหนักที่สุด เพราะที่อยู่อาศัยที่มักมุงด้วยหลังคาสังกะสีจะทำหน้าที่กักเก็บความร้อนจนบ้านกลายสภาพเหมือนเตาอบ ประกอบกับข้อจำกัดทรัพย์ที่จะเข้าถึงเครื่องปรับอากาศ

จากปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสภาพภูมิอากาศนี้ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำโดย รศ. ดร.มานัส ศรีวนิช ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและจัดการองค์ความรู้ จึงได้ริเริ่มโครงการ “สู้ร้อนประเทศไทย (Heat Ready Thailand)” โดยลงพื้นที่ชุมชนเขตภาษีเจริญเป็นพื้นที่นำร่อง เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่สะท้อนบริบทของชุมชนเมืองหนาแน่นและมีความเสี่ยงด้านภัยร้อนสูงได้เป็นอย่างดี

กลยุทธ์ 3 มิติ ผสานพลังวิชาการและภาคเอกชนสู้ภัยร้อน

โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนทุนจากกองทุน ThaiCI ภายใต้กรอบความร่วมมือไทย-เยอรมัน (GIZ) และ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) โดยวางแนวทางการแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่เพื่อให้ชุมชนในเขตภาษีเจริญสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 

ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 

  1. พัฒนากระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ: ผ่านการจำลองสถานการณ์โลกร้อน (Hot House) และใช้กล้องจับความร้อนให้นักเรียนโรงเรียนวัดประดู่บางจากได้เห็นภาพจริง
  2. สร้างพื้นที่ต้นแบบร่วมกับชุมชน: จัดเวิร์กช็อปเพื่อพัฒนาแผนที่ความเสี่ยงด้านภัยร้อนของชุมชนที่มีทั้ง “จุดร้อน” หรือพื้นที่ในชุมชนที่มีอุณหูมิสูง เช่น พื้นคอนกรีต และ “จุดพักร้อน” หรือพื้นที่ในชุมชนที่มีอุณหภูมิไม่สูงและสามารถนั่งพักได้
  3. พัฒนาคู่มือและเผยแพร่องค์ความรู้: เพื่อรวบรวมความรู้ ผลิตชุดสื่อการเรียนรู้ รวมถึงจัดทำคู่มือแนะนำกลยุทธ์การบรรเทาความเสี่ยงต่อความร้อนสุดขั้วสำหรับโรงเรียนและชุมชน

ผลการขับเคลื่อนโครงการสู่การปฏิบัติจริง

ความก้าวหน้าของโครงการที่สร้างผลกระทบต่อชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่

การเปลี่ยนป่ารกเป็นลานเย็น (Cool Island): การร่วมมือกับชุมชนพลิกฟื้นพื้นที่รกร้างริมคลองให้เป็นพื้นที่สีเขียว (Community Garden) โดยต้นไม้จะทำหน้าที่เสมือนพัดลมไอเย็นผ่านกระบวนการคายน้ำ ซึ่งช่วยลดอุณหภูมิอากาศรอบ ๆ ได้จริงถึง 2–8 องศาเซลเซียส พร้อมมอบประโยชน์คูณสาม คือ เป็นแหล่งอาหารปลอดภัยปลอดสารพิษ เป็นพื้นที่สานสัมพันธ์ของคนทุกวัย และเป็นจุดช่วยชะลอและซับน้ำฝนเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมขัง

นวัตกรรมหลังคาเย็น (Cool Roof): โครงการได้บูรณาการความร่วมมือกับ บริษัท เบเยอร์ จำกัด นำนวัตกรรมสีสะท้อนความร้อนมาทดสอบประสิทธิภาพทางกายภาพกับอาคารศูนย์สุขภาพและบ้านพักอาศัยของกลุ่มเปราะบางจำนวน 2 หลัง ผลการจัดเก็บข้อมูลเชิงปริมาณพบว่า อุณหภูมิพื้นผิวหลังคาลดลง 17–23 องศาเซลเซียส (จากเดิม 58–62 องศาเซลเซียส ลดเหลือ 39–41 องศาเซลเซียส) ซึ่งมีนัยสำคัญต่อการลดการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่ตัวอาคาร ทำให้อุณหภูมิอากาศภายในบ้านลดลงเฉลี่ย 2 องศาเซลเซียส ถือเป็นการบรรเทาความเสี่ยงทางสุขภาพจากความร้อนสุดขั้วสำหรับครัวเรือนที่ขาดแคลนระบบปรับอากาศ 

ก้าวต่อไป จากพื้นที่นำร่องสู่โมเดลความยั่งยืนระดับเมือง

ปัจจุบัน โครงการนวัตกรรมหลังคาเย็นอยู่ระหว่างการดำเนินงานติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินประสิทธิภาพตามฤดูกาลและความคงทนของสี พร้อมถอดบทเรียนด้านการบริหารจัดการและงบประมาณ ข้อมูลทั้งหมดจะนำมาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการขยายผลนวัตกรรมหลังคาเย็นสู่ชุมชนอื่น เพื่อให้การรับมือภัยร้อนของไทยอ้างอิงจากผลการทดลองจริงและความต้องการของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง

โครงการ “สู้ร้อนประเทศไทย” เป็นหนึ่งในก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในการนำงานวิจัยมาประยุกต์ใช้แก้ปัญหาวิกฤตสภาพภูมิอากาศร่วมกับชุมชน เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างเมืองที่ทนทานต่อภัยพิบัติ ให้เกิดขึ้นจริงในระดับพื้นที่

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง

Facebook : สู้ร้อนประเทศไทย

Website : Heat Ready Thailand

SHARE

COMMENTS

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Picture of Nattanan Srithanasak
Nattanan Srithanasak

Related Activities