สถิติจากกรมราชทัณฑ์ระบุว่า ประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ต้องขังที่พ้นโทษจะกลับมาทำผิดซ้ำภายในระยะเวลา 3 ปี สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งเกิดจากการขาดทักษะชีวิต ทักษะทางสังคม ตลอดจนความกดดันจากการไม่ได้รับโอกาสจากสังคมในการเริ่มต้นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม “ผู้ต้องขังสูงอายุ” ซึ่งนอกจากจะมีข้อจำกัดทางกายภาพที่เสื่อมถอยแล้ว ยังต้องเผชิญกับภาวะเปราะบางทางจิตใจที่รุนแรงกว่ากลุ่มอื่นด้วย
ด้วยเหตุนี้ ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง จึงได้ทำงานร่วมกับเรือนจำกลางลำปาง และหน่วยงานภาคีเครือข่าย เข้าสนับสนุนการขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนคืนสู่สังคมอย่างยั่งยืน โดยคณะทำงานวิชาการ นำโดย ผศ. ดร.ปุณิกา อภิรักษ์ไกรศรี ได้ทำหน้าที่เป็น “หุ้นส่วนทางวิชาการ” ที่นำองค์ความรู้ทางวิชาการมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ในพื้นที่จริง ผ่านการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่
การร่วมขับเคลื่อน “โรงเรียนผู้สูงอายุในเรือนจำกลางลำปาง”
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดลำปาง ร่วมกับ เรือนจำกลางลำปาง และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง รวมทั้งหน่วยงานภาคีเครือข่าย เปิดโครงการ “โรงเรียนผู้สูงอายุในเรือนจำกลางลำปาง” ตั้งแต่ปี 2566 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังสูงวัยตามนโยบายการเรียนรู้ตลอดชีวิต หลักสูตรนี้มุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะอาชีพและวิชาการ ควบคู่ไปกับการพัฒนาจิตใจเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการตระหนักถึงคุณค่าในตนเอง โดยมีเป้าหมายให้ผู้สูงอายุในเรือนจำสามารถปรับตัวเข้ากับสังคม และเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตหลังพ้นโทษได้อย่างมีความสุข การดำเนินงานครั้งนี้ถือเป็นการบูรณาการความร่วมมือเพื่อสร้างโอกาสที่เท่าเทียม ในการเข้าถึงสวัสดิการและการศึกษาให้แก่กลุ่มเปราะบาง
เครื่องมือ Well-Being และ คู่มือการประกอบการชีวิต – ประกอบการอาชีพ
คณะทำงานยังได้มีการนำเครื่องมือ “Well-Being” มาใช้เพื่อรื้อฟื้นทัศนคติเชิงบวกของผู้ต้องขังในเรือนจำกลางลำปาง โดย “Well-Being” หมายถึง กระบวนการสร้างความปรารถนาดีให้กับตัวเอง ผ่านการชวนผู้ต้องขังให้กล้าทบทวนตัวเองทั้งมุมบวกและลบ เพื่อให้เห็นศักยภาพที่แท้จริงและเกิดความภูมิใจในตนเอง
นอกจากนี้ ภายในเรือนจำกลางลำปางยังมีการใช้ “คู่มือการประกอบการชีวิต – ประกอบการอาชีพ” สำหรับเตรียมความพร้อมผู้ต้องขังก่อนพ้นโทษช่วง 6 เดือนถึง 1 ปี ซึ่งพัฒนาร่วมกันระหว่างคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ศูนย์ลำปาง และเรือนจำกลางลำปาง มีจุดเน้นที่การฟื้นฟูสภาพจิตใจผู้สูงอายุ และการเตรียมความพร้อมให้ผู้ต้องขังมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง เพื่อเป็นแผนที่นำทางในการใช้ชีวิตและประกอบอาชีพตามความต้องการของตนเองอย่างแท้จริง


การสร้างระบบสนับสนุนภายในและภายนอก
สำหรับการสร้างระบบสนับสนุนเพื่อรองรับการคืนสู่สังคม ได้มีการฝึกอบรมการปฏิบัติการต่าง ๆ ให้กับบุคลากรและเจ้าหน้าที่ของเรือนจำจนเกิดเป็น Core Team หรือกลุ่มสหวิชาชีพในเรือนจำ ควบคู่ไปกับการจัดตั้งกลุ่ม Buddy Support เพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถดูแลกันเองทั้งด้านสุขภาพกายและใจ ในขณะเดียวกัน ในมิติภายนอกยังมีการเตรียมความพร้อมให้กับครอบครัวและเชื่อมโยงเครือข่ายกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่พร้อมรองรับการกลับไปใช้ชีวิตในชุมชนได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน



ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและก้าวต่อไปสู่นโยบาย
ความสำเร็จตลอดหนึ่งทศวรรษของต้นแบบเรือนจำพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังสูงอายุ เกิดผลลัพธ์เชิงประจักษ์อย่างชัดเจน จากการดำเนินงานพบว่าผู้ต้องขังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากขึ้น มีสุขภาพจิตดีขึ้น และค่าความสามารถในการดำเนินชีวิตประจำวัน (Activities of Daily Living – ADL) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
เพื่อผลักดันโปรแกรมการฟื้นฟูนี้ไปสู่ระดับนโยบาย คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ศูนย์ลำปาง ได้นำเสนอแนวทางต่อกระทรวงยุติธรรมแล้ว โดยมีเป้าหมายให้ผู้ต้องขังกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศได้รับการดูแลที่เหมาะสมตามความจำเพาะของแต่ละบุคคล เพื่อลดการทำผิดซ้ำและคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้แก่ผู้ที่ก้าวพลาดอย่างยั่งยืน
ติดตามการดำเนินงานของ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ได้ที่
เว็บไซต์ : คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
เพจ Facebook : คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ.ศูนย์ลำปาง
ที่มาของข้อมูล :
- ‘ธรรมศาสตร์’ ร่วมฟื้นทักษะชีวิตหลังกำแพง คืนคุณค่า ‘ผู้ต้องขังสูงวัย’ ลดผิดซ้ำหลังพ้นโทษ
- พม. เดินหน้า เปิดโรงเรียนผู้สูงอายุในเรือนจำกลางลำปาง
- คณะสังคมสงเคราะห์ฯ มธ. จับมือกับเรือนจำกลางลำปาง นำโปรแกรมการวางแผนชีวิตและอาชีพมาฝึกสอนให้ผู้กระทำผิดพร้อมสำหรับการกลับสู่สังคม
- กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) ร่วมเสวนา เรื่อง “1 ทศวรรษของเรือนจำกลางลำปาง : ต้นแบบเรือนจำพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังสูงอายุ”