มธ. อัปเกรดวิชา GenEd ปี 2570 สู่ Outcome-Based Education ตอบโจทย์ทักษะอนาคต บ่มเพาะปัญญาชนเสรี

HIGHLIGHTS

  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เตรียมบังคับใช้หลักสูตรวิชาศึกษาทั่วไปฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2570 สำหรับนักศึกษาใหม่ โดยปรับวิธีจัดการศึกษาไปสู่รูปแบบ Outcome-based Education ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะได้จริง
  • โครงสร้างหลักสูตรแกนกลางได้รับการออกแบบภายใต้กรอบสมรรถนะบัณฑิต TU IMPACT ซึ่งครอบคลุมการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต ทั้งความรู้เท่าทันเทคโนโลยีอัจฉริยะ การรับมือกับสังคมคาร์บอนต่ำ และความรู้ความเข้าใจด้านการเงิน
  • มหาวิทยาลัยสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับภาคเอกชนและหน่วยงานรัฐ ได้แก่ IBM ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และ SCB เพื่อบูรณาการองค์ความรู้เฉพาะทางจากภาคอุตสาหกรรมเข้าสู่ระบบการศึกษา
  • นักศึกษาที่ศึกษาผ่านแพลตฟอร์ม e-Learning ขององค์กรพันธมิตรและสะสมหน่วยกิตครบ 15 หน่วยกิตตามโครงสร้างจะสามารถเทียบโอนหน่วยกิตเพื่อบันทึกวุฒิวิชาโทในใบแสดงผลการศึกษาได้ถึง 4 สาขา

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 สภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีมติอนุมัติหลักสูตรวิชาศึกษาทั่วไป (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2570) โดยกำหนดให้มีผลบังคับใช้กับนักศึกษาระดับปริญญาตรีที่เข้าศึกษาใหม่ตั้งแต่ปีการศึกษา 2570 เป็นต้นไป การปรับโครงสร้างหลักสูตรครั้งนี้สอดคล้องกับปรัชญาการศึกษาของมหาวิทยาลัยที่ต้องการบ่มเพาะปัญญาชนเสรีและนวัตกรที่มีความรับผิดชอบสู่การเป็นพลเมืองโลกที่อุทิศตนเพื่อสังคมและมุ่งมั่นเพื่อความยั่งยืน

ปรับวิธีเรียน เปลี่ยนวิธีประเมิน สู่ Outcome-based Education 

หลักสูตรวิชาศึกษาทั่วไปฉบับใหม่เปลี่ยนแปลงกระบวนการจัดการเรียนการสอนไปสู่รูปแบบการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการศึกษาที่มุ่งผลลัพธ์ (Outcome-based Education) กระบวนการนี้กำหนดผลลัพธ์การเรียนรู้ (General Education Learning Outcomes – GELOs) 6 ด้านที่นักศึกษาต้องบรรลุเมื่อสิ้นสุดหลักสูตร โดยเปลี่ยนผ่านจากการสอนเนื้อหาแบบเดิมไปสู่การยึดผลลัพธ์เชิงทักษะ ความรู้ และเจตคติที่วัดผลได้จริง หรือหลักการ “รู้ ทำ เป็น” ผู้เรียนต้องลงมือปฏิบัติจริง คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และสร้างความรู้ด้วยตนเอง

กรอบสมรรถน TU IMPACT สร้างทักษะชีวิตแห่งศตวรรษที่ 21 

โครงสร้างหลักสูตรกำหนดให้นักศึกษาเรียนไม่น้อยกว่า 24 หน่วยกิต โดยแบ่งเป็นวิชาแกนกลางของมหาวิทยาลัย 15 หน่วยกิต และวิชาของคณะไม่น้อยกว่า 9 หน่วยกิต รายวิชาแกนกลางทั้งหมดได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับกรอบสมรรถนะบัณฑิตในอนาคต หรือ “TU IMPACT” ซึ่งประกอบด้วย ทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์ (Interpersonal Skills) การพัฒนาตนเอง (Mindful Self-Development) การคิดเชิงก้าวหน้า (Progressive Thinking) ความคล่องตัว (Agility) สมรรถนะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (Competencies in Technologies, Digital and AI Literacy) และความเป็นพลเมืองโลกกับความรู้ทางการเงิน (Thrives in Global Citizenship and Financial Literacy)

รายวิชาบังคับเลือกในส่วนที่ 1 สะท้อนความต้องการเชิงยุทธศาสตร์ที่ผู้เรียนสามารถนำไปใช้งานได้จริง เช่น

  • มธ.110 ปัญญาประดิษฐ์ วิทยาศาสตร์ข้อมูล และเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ศึกษาแนวคิดพื้นฐาน การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ และจริยธรรมของ AI เพื่อใช้แก้ไขปัญหาความท้าทายระดับโลก
  • มธ.111 เทคโนโลยีสังคมคาร์บอนต่ำเพื่อความยั่งยืน เรียนรู้การประเมินวัฏจักรชีวิต จริยธรรมสิ่งแวดล้อม การประหยัดพลังงาน พลังงานทางเลือก และเทคโนโลยีการปลดปล่อยและกักเก็บคาร์บอน
  • มธ.123 พลเมืองโลกสู่ความยั่งยืน สร้างความตระหนักรู้ในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) รวมถึงการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย
  • มธ.140 ความรู้ความเข้าใจด้านการเงิน วางแผนการเงินตลอดช่วงชีวิต การจัดการสินเชื่อ การบริหารหนี้สิน การวางแผนภาษี และการประยุกต์ใช้แพลตฟอร์มการลงทุนสมัยใหม่ รวมถึงการเงินบนบล็อกเชน (Finance on Blockchain)

บูรณาการองค์ความรู้ข้ามศาสตร์ ยกระดับรายวิชาสู่ระดับวิชาโท 

กลยุทธ์สำคัญของหลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2570 คือการขยายขอบเขตการเรียนรู้ออกไปนอกรั้วมหาวิทยาลัย โดยร่วมมือกับองค์กรชั้นนำระดับประเทศและระดับสากล นักศึกษาที่เลือกลงทะเบียนเรียนรายวิชาและสะสมหน่วยกิตครบ 15 หน่วยกิตตามโครงสร้างกลุ่มวิชาที่กำหนด สามารถนำมาเทียบโอนความรู้และได้รับการบันทึก “วิชาโท” ลงในใบแสดงผลการศึกษาทันที จำนวน 4 สาขา ได้แก่

  1. วิชาโทสาขาสุขภาวะทางปัญญาประดิษฐ์ (Well-being in Artificial Intelligence)

ร่วมมือกับบริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด (IBM) จัดการเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์ม e-Learning ของ IBM นักศึกษาจะได้เรียนรู้วิทยาการข้อมูลองค์กร การสร้างความน่าเชื่อถือจากการใช้ปัญญาประดิษฐ์ การจัดการวัฒนธรรมองค์กร และศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังภัยคุกคามทางไซเบอร์

  1. วิชาโทสาขาการเงินและการลงทุน (Finance and Investment)

ร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ผ่านแพลตฟอร์ม SkillLane มุ่งเน้นการวางแผนธุรกิจ การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล และการบริหารพอร์ตลงทุนอย่างยั่งยืน

  1. วิชาโทสาขาผู้ประกอบการดิจิทัล (Digital Entrepreneurs)

ร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ผ่านแพลตฟอร์ม HackaThailand ครอบคลุมการพัฒนาโปรแกรมด้วยภาษาไพทอน (Python) การสร้างแอปพลิเคชัน อินเทอร์เน็ตสรรพสิ่ง (IoT) และทักษะการสร้างธุรกิจสตาร์ทอัพ

  1. วิชาโทสาขาการลงทุนและการเป็นผู้ประกอบการ (Investment and Entrepreneurship)

ร่วมมือกับแพลตฟอร์ม SCB e-Learning จัดการเรียนรู้เรื่องนวัตกรรมกระบวนการคิด การสร้างแผนธุรกิจพิชิตแหล่งเงินทุน และการนำความรู้ด้านบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้เพื่อเสริมสร้างธุรกิจ

การบูรณาการหลักสูตรวิชาศึกษาทั่วไปเข้ากับแพลตฟอร์มการเรียนรู้ของภาคเอกชน ช่วยให้นักศึกษาสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ที่ทันสมัย ไร้ข้อจำกัดด้านตารางเวลาเรียน และนำ e-Certification มาใช้เทียบโอนหน่วยกิตได้จริง โครงสร้างหลักสูตรใหม่นี้จึงทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ขับเคลื่อนนวัตกรรม และผลิตบัณฑิตที่มีศักยภาพพร้อมเผชิญกับความท้าทายในอนาคต

SHARE

SDGs ที่เกี่ยวข้อง

COMMENTS

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Picture of Natetida Bunnag
Natetida Bunnag

Related Activities