ท่ามกลางสภาวะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตสุขภาพจิต โดยมีประชากรถึง 13.4 ล้านคนที่เคยเป็นโรคจิตเวชและเผชิญปัญหาสุขภาพจิต แต่กลับมีเพียง 8.2% ที่เข้าถึงระบบการรักษาได้ ซึ่งกลุ่มที่น่าเป็นห่วงคือกลุ่มเปราะบางอย่างวัยรุ่นและนักศึกษา (อายุ 18-24 ปี) ที่ต้องแบกรับความกดดันจากการเรียน การแข่งขัน และการปรับตัวเข้าสู่สังคมใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัย ด้วยเหตุนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จึงเล็งเห็นความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาระบบดูแลสุขภาพจิตนักศึกษา เพื่อรองรับความต้องการความช่วยเหลือที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

ยกระดับศูนย์ ‘Thammasat Well being : Counseling Center’ การันตีความมั่นใจด้วยมาตรฐาน MHCC
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้พัฒนาและผลักดันศูนย์ TU Well-being: Counseling center จนผ่านการรับรอง “ระบบรับรองมาตรฐานการให้บริการคำปรึกษาด้านสุขภาพจิต (Mental Health Counseling Center: MHCC)” จากกระทรวงสาธารณสุขในปี 2569 นี้ การผ่านเกณฑ์มาตรฐานนี้ทำให้ผู้เข้ารับบริการมั่นใจได้ว่าศูนย์ฯ มีกระบวนการให้บริการที่เป็นระบบ มีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ให้คำปรึกษา และมีมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลสุขภาพที่เข้มงวด ปัจจัยเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยทลายกำแพงความกลัวและความกังวลในการถูกตีตรา ทำให้นักศึกษากล้าเดินเข้ามาขอรับความช่วยเหลือมากยิ่งขึ้น


การดูแลและบริการให้คำปรึกษาอย่างครบวงจร
รูปแบบการทำงานของศูนย์ TU Well-being: Counseling center โดดเด่นด้วยการสร้างระบบนิเวศสุขภาพจิตแบบครบวงจรทั้งในเชิงรุกและในเชิงรับ เพื่อเปลี่ยนมหาวิทยาลัยให้เป็น “พื้นที่ปลอดภัย” อย่างแท้จริง ศูนย์ฯ ทำงานเชิงรุกด้วยการส่งนักจิตวิทยาลงพื้นที่ให้ความรู้ประเด็นปัญหาสุขภาพจิตแก่เจ้าหน้าที่และนักศึกษาถึงคณะ พัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับประเมินสุขภาพจิตเบื้องต้นด้วยตนเอง และการจัดกลุ่มกิจกรรมบำบัด ส่วนในเชิงรับ มีการให้บริการคลินิกสุขภาพจิตโดยจิตแพทย์และทีมบุคลากร นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่ประสานงานผ่านระบบส่งต่อเคสไปยังโรงพยาบาลเครือข่าย พร้อมสิทธิลดหย่อนค่ารักษาพยาบาลเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้นักศึกษาด้วย
หมุดหมายประเทศ ขยายเครือข่ายความปลอดภัยทางใจ
ในภาพรวมระดับประเทศ กระทรวงสาธารณสุขกำลังเร่งขยายฐานหน่วยบริการที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน MHCC ซึ่งปัจจุบันมีอยู่แล้ว 776 แห่งทั่วประเทศ และตั้งเป้าหมายเชิงรุกให้ครอบคลุมโรงพยาบาลรัฐ 100% ภายในปี พ.ศ. 2570 พร้อมทั้งมีแผนผลักดันมาตรฐานนี้ลงสู่ระดับชุมชนผ่านโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) รวมถึงสถาบันการศึกษาที่เป็นด่านหน้าของวัยรุ่น ทิศทางดังกล่าวสอดรับกับรูปแบบการจัดการเชิงรุกของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่สามารถเป็นหนึ่งในต้นแบบให้แก่สถาบันการศึกษาอื่น ๆ นำไปประยุกต์ใช้เพื่อสร้างโครงข่ายความปลอดภัยทางใจให้กับเยาวชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สะท้อนมุมมองต่อประเด็นนี้ว่า นักศึกษาในปัจจุบันต้องเผชิญกับโลกที่ซับซ้อนและกดดันมากขึ้น การปล่อยให้เยาวชนต้องรับมือกับปัญหาสุขภาพจิตโดยไม่ได้รับการดูแล ย่อมหมายถึงการสูญเสียบุคลากรคุณภาพของประเทศไปโดยใช่เหตุ ซึ่งถือเป็นความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้ โดยเฉพาะในสภาวะที่อัตราการเกิดของไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จึงขับเคลื่อนการทำงานภายใต้หลักคิดสำคัญที่ว่าการดูแลรักษาสุขภาพจิตนักศึกษา คือการรักษาทรัพยากรบุคคลที่มีค่าที่สุดของชาติ การยกระดับศูนย์ TU Well-being: Counseling center ทั้งในมิติของระบบการรักษาและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเข้าถึงบริการจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะไม่มีนักศึกษาคนใดต้องเผชิญกับวิกฤตทางใจเพียงลำพัง

หากนักศึกษาธรรมศาสตร์กำลังเผชิญกับความเครียด ความกดดัน หรือเพียงต้องการการรับฟัง ศูนย์ TU Well-being: Counseling center พร้อมให้ความช่วยเหลือ โดยสามารถติดต่อขอรับบริการได้ตามรายละเอียดดังนี้
- ช่องทางการนัดหมาย: จองคิวพบนักจิตวิทยาผ่านแอปพลิเคชัน TU GREATS App (เลือกบริการ ‘TU Well Being’) จากนั้นรอรับการยืนยันนัดหมายจากเจ้าหน้าที่ผ่านทางโทรศัพท์ หรือ LINE OA
- สถานที่ตั้ง: อาคารกิจกรรมนักศึกษา B ชั้น 2 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
- วันและเวลาทำการ: เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. (ปิดทำการวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)