กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รับมอบนวัตกรรมเพื่อการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยจากผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยสู่การใช้งานจริงเพื่อแก้ไขปัญหาของสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารศูนย์ปฏิบัติการสถานการณ์อุทกภัย กระทรวง อว. เป็นประธานในพิธีรับมอบผลงานวิจัยและนวัตกรรมจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือแก่ประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยทั่วประเทศ โดยนวัตกรรมที่ได้รับมอบครอบคลุมทั้งด้านการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและการจัดการผลกระทบจากภัยพิบัติ สะท้อนบทบาทของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการช่วยเหลือสังคมอย่างเป็นรูปธรรม
“Clear Soil” นวัตกรรมเด่นจากธรรมศาสตร์
หนึ่งในผลงานสำคัญที่ได้รับความสนใจคือ “Clear Soil” สารชีวภัณฑ์สำหรับฟื้นฟูดินปนเปื้อนสารพิษหลังน้ำท่วม ผลงานของรองศาสตราจารย์ ดร.ดุสิต อธินุวัฒน์ อาจารย์และนักวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
นวัตกรรมดังกล่าวเป็นตัวอย่างของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในภาคเกษตรกรรม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยซ้ำซาก
ฟื้นฟูดิน ปลอดภัยต่อเกษตรกรและผู้บริโภค
แม้สถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลายลง แต่สิ่งที่หลงเหลืออยู่ในพื้นที่เกษตรจำนวนมากคือการปนเปื้อนของโลหะหนักและสารพิษที่ถูกพัดพามากับกระแสน้ำ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพผลผลิต สุขภาพของเกษตรกร และความปลอดภัยทางอาหารของผู้บริโภค
Clear Soil พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ปัญหาดังกล่าวโดยเฉพาะ ผ่านการใช้เทคโนโลยีจุลินทรีย์ท้องถิ่น ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติในการย่อยสลาย เปลี่ยนสภาพ หรือกำจัดสารปนเปื้อนและโลหะหนักในดินให้กลายเป็นสารที่ไม่เป็นอันตรายต่อพืช กระบวนการดังกล่าวเป็นการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติหรือ Bioremediation ที่ช่วยคืนความสมดุลให้กับระบบนิเวศในดินอย่างยั่งยืน
เห็นผลจริง ใช้งานง่าย ตอบโจทย์เกษตรกร
ผลการทดลองภาคสนามและการนำไปใช้จริงในพื้นที่นำร่องพบว่า Clear Soil สามารถลดปริมาณโลหะหนักในดินได้ประมาณ 50–100% ภายในระยะเวลาประมาณ 1 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับการปนเปื้อนและสภาพแวดล้อมของแต่ละพื้นที่ด้วย
จุดเด่นสำคัญอีกประการคือความสะดวกในการใช้งาน เกษตรกรไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์เฉพาะทางหรือความรู้ด้านเทคนิคขั้นสูง เพียงผสมสารชีวภัณฑ์กับน้ำแล้วฉีดพ่นในพื้นที่เพาะปลูก จุลินทรีย์จะทำหน้าที่ฟื้นฟูดินตามธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ช่วยเร่งกระบวนการฟื้นตัวที่อาจต้องใช้เวลาหลายปีให้สั้นลงอย่างมีนัยสำคัญ แนวคิดสำคัญของงานวิจัยชิ้นนี้คือการพัฒนาเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่าย ใช้งานได้จริง และช่วยเพิ่มศักยภาพให้เกษตรกร มากกว่าการสร้างภาระเพิ่มเติมให้กับผู้ใช้งาน
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติได้สนับสนุนการขยายผลนวัตกรรมดังกล่าวจากระดับห้องปฏิบัติการสู่การทดลองใช้งานในพื้นที่จริง (Sandbox) ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ พื้นที่นำร่องที่ดำเนินการแล้ว ได้แก่
- จังหวัดเพชรบูรณ์ สำหรับการฟื้นฟูพื้นที่เพาะปลูกพืชผักและพืชเศรษฐกิจ
- อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย สำหรับการฟื้นฟูสวนส้มโอที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม
ผลการดำเนินงานพบว่าพื้นที่ที่ผ่านการฟื้นฟูด้วย Clear Soil สามารถกลับมามีสภาพเหมาะสมต่อการเพาะปลูกได้เร็วกว่าการฟื้นตัวตามธรรมชาติอย่างชัดเจน ช่วยลดระยะเวลาการสูญเสียรายได้และเพิ่มโอกาสในการกลับมาประกอบอาชีพของเกษตรกร
นวัตกรรมเพื่อประชาชน สู่เกษตรกรรมที่ยั่งยืน
นอกจากจะเป็นมาตรการช่วยเหลือเฉพาะหน้าแล้ว การนำนวัตกรรมชิ้นนี้ไปใช้ในพื้นที่ประสบภัยยังเป็นการวางรากฐานสำคัญสู่ระบบเกษตรกรรมที่ปลอดภัย ลดการสะสมของสารตกค้าง และสร้างความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว
นวัตกรรมชิ้นนี้สะท้อนพันธกิจของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในการสร้าง “นวัตกรรมเพื่อประชาชน” (Innovation for the People) โดยเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ให้เป็นเครื่องมือที่จับต้องได้ สามารถแก้ปัญหาจริงของสังคม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ยังสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะ SDG 2: ขจัดความหิวโหย, SDG 13: การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ SDG 15: การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางบกอย่างยั่งยืน ผ่านการนำวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมมาเป็นกลไกสำคัญในการฟื้นฟูชุมชนและสร้างความยั่งยืนให้กับภาคเกษตรกรรมไทย