ย้อนกลับไปเมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา ในวันเปิดตัวโครงการประชาคมธรรมศาสตร์ขับเคลื่อนความยั่งยืน (TU Sustainability Active Citizen) ภายใต้ธีม “มหาวิทยาลัยสุขสมบูรณ์” บรรยากาศเต็มไปด้วยพลังความคิดสร้างสรรค์ของการรวมตัวนักศึกษาธรรมศาสตร์ ตัวแทนคนรุ่นใหม่กว่า 100 คน จากศูนย์ท่าพระจันทร์ ศูนย์รังสิต ศูนย์ลำปาง และศูนย์พัทยา ที่มาระดมสมองและออกแบบอนาคตของมหาวิทยาลัยร่วมกัน
ฝ่ายพัฒนาคุณภาพและความยั่งยืน ในฐานะผู้จัดงานได้เชิญชวนนักศึกษาธรรมศาสตร์ทุกระดับชั้นปี ร่วมนำเสนอไอเดียและโครงการสุดสร้างสรรค์เพื่อแก้ปัญหาจริงในชีวิตประจำวันภายในแคมปัสและร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีกองทุนสนับสนุนมูลค่ารวมกว่า 1,000,000 บาท จากข้อเสนอทั้งหมด 11 โครงการ คณะกรรมการบริหารกองทุนมหาวิทยาลัยยั่งยืนได้คัดเลือกและอนุมัติงบประมาณรอบแรกกว่า 600,000 บาท ให้แก่ Top 3 ทีมชนะเลิศที่ออกแบบแนวทางแก้ปัญหาที่แหลมคม วัดผลได้ และสร้างผลกระทบเชิงบวก (TU Impact) ได้จริง เพื่อเปลี่ยนพิมพ์เขียว (Blueprint) บนกระดาษให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้
เจาะลึก 3 Solution ชนะใจกรรมการ
แนวทางการแก้ปัญหาด้านความยั่งยืนของทั้ง 3 ทีมชนะเลิศ ล้วนมาจากอินไซต์ที่ลึกซึ้งและตอบโจทย์ปัญหาของมหาวิทยาลัยได้อย่างตรงจุดจนชนะใจคณะกรรมการ ประกอบไปด้วยโครงการดังต่อไปนี้
1. โครงการพัฒนาชุมนุมทียูโฟล์คซองสู่ Sustainable Event – เปลี่ยนคอนเสิร์ตให้รักษ์โลก
ปัญหาคลาสสิกหลังจบกิจกรรมนักศึกษา คือปริมาณขยะและการจัดการทรัพยากรที่มักขาดความต่อเนื่อง ทีมชุมนุมทียูโฟล์คซองจึงต้องการปฏิวัติระบบการจัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์นักศึกษาในแคมปัสให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยวางระบบจัดการขยะตลอดวงจร ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ควบคู่ไปกับการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวและการจ้างงานที่เป็นธรรม เป้าหมายสำคัญของทีมคือการสร้างคู่มือมาตรฐาน (SOP/Handbook) สำหรับการจัดกิจกรรมดนตรีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม พร้อมชุดตัวชี้วัดและข้อมูลพื้นฐาน ที่สามารถเป็นต้นแบบให้ชุมนุมรุ่นต่อไป รวมถึงหน่วยงานอื่น ๆ ในมหาวิทยาลัยนำไปใช้ปฏิบัติเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายความยั่งยืนได้ในระยะยาว
สำหรับความคืบหน้าในปัจจุบัน ทีมงานได้ลงพื้นทดลองระบบจริงในกิจกรรม Larn Folk 1 (ภายใต้เชียงรายเอ็กซ์โป) ด้วยการตั้งสถานีคัดแยกขยะนำร่อง 6 ประเภท ได้แก่ ขยะเศษอาหาร ขยะรอล้าง ขยะทำเชื้อเพลิง (RDF) ขยะอันตราย น้ำ และขยะรีไซเคิล ทีมงานได้ส่งต่อขยะอินทรีย์ไปทำปุ๋ยหมักที่โรงอาหารทิวสน และนำขยะรีไซเคิลเข้าสู่ระบบจัดการของมหาวิทยาลัยอย่างสมบูรณ์ ขณะเดียวกันยังเดินหน้าเก็บสถิติน้ำหนักขยะ บันทึกพฤติกรรมผู้ใช้ และวัดปริมาณน้ำที่ใช้ทำความสะอาด เพื่อนำข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดไปจัดทำคู่มือการจัดอีเวนต์สีเขียว (Green Event Guide) เป็นโมเดลมาตรฐานให้ทุกชมรม/ชุมนุมในมหาลัยนำไปปรับใช้
ดูโพสต์นี้บน Instagram
2. โครงการ BEEP BEEP! SOS alert in TU GREATS app – จบปัญหาแจ้งเหตุล่าช้า
ทีมนักศึกษาจากคณะวิทยาศาสตร์และวิทยาลัยสหวิทยาการ ร่วมกันพัฒนานวัตกรรมนี้เพื่ออุดช่องโหว่เรื่องความล่าช้าในการรับรู้ข่าวสารเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินในพื้นที่มหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วม ต้นไม้ล้ม หรือการพบเห็นบุคคลน่าสงสัย โดยพัฒนาฟังก์ชันบน LINE Official Account ที่ทำงานร่วมกับระบบยืนยันตัวตนผ่านเลขทะเบียนนักศึกษา เมื่อเกิดเหตุ ผู้ใช้งานสามารถกดปุ่ม SOS พร้อมแนบหลักฐานภาพถ่ายหรือวิดีโอส่งให้เจ้าหน้าที่ได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยตอบโจทย์เป้าหมายด้านความปลอดภัยในแคมปัสได้อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากการใช้งานฝั่งนักศึกษาแล้ว ทีมงานยังได้ออกแบบพัฒนาระบบบริหารจัดการสำหรับเจ้าหน้าที่ (Back-end) อย่างครบวงจร ประกอบด้วย ระบบรับแจ้งเหตุ (Ticket System) ระบบส่งต่อเคส (Case Dispatch) ไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง และระบบส่งข้อความแจ้งเตือนภัยอันตรายสำคัญ (Broadcast) กลับไปยังผู้ใช้งานแอปพลิเคชันอย่างทันท่วงที
ขณะนี้ทางผู้จัดทำกำลังดำเนินการปรับเปลี่ยนระบบให้ทำงานในรูปแบบ Web Application ผ่าน LINE Official Account ควบคู่กับระบบยืนยันตัวตน เพื่อความคล่องตัวและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) โดยได้รับความร่วมมือจากนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) เข้ามาช่วยพัฒนาระบบหลังบ้าน ทั้งนี้ เตรียมจัดกิจกรรมซักซ้อมแผนเผชิญเหตุร่วมกับกลุ่มนำร่องจำนวน 30 คน เพื่อทดสอบความเสถียรของระบบและความแม่นยำของพิกัด GPS ก่อนเปิดใช้งานจริง
3. โครงการ VRX (Virtual Reality Exercise) – ดึงดูดคนให้ออกกำลังกายด้วยเทคโนโลยีเสมือน
ทีมนักศึกษาจากคณะสหเวชศาสตร์ พัฒนาโครงการ VRX ขึ้นเพื่อทลายข้อจำกัดของกลุ่มคนที่ออกกำลังกายน้อย มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือขาดแรงจูงใจในการออกกำลังกายแบบเดิมๆ โดยใช้เทคโนโลยีเสมือน Virtual reality-based exercise เข้ามาช่วยส่งเสริมสมรรถภาพทางกายของนักศึกษาและบุคลากรธรรมศาสตร์ ระบบถูกออกแบบให้ดึงอัตราการเต้นของหัวใจให้อยู่ในโซนแอโรบิก (40-59% ของอัตราการเต้นหัวใจสำรอง หรือ HRR) หรือเพิ่มขึ้นให้ได้อย่างน้อย 20 ครั้ง/นาทีเมื่อเทียบกับขณะพัก พร้อมทั้งใช้สภาพแวดล้อมเสมือนจริงสร้างความเพลิดเพลินและเพิ่มแรงจูงใจในการออกกำลังกายให้ผู้ใช้งานได้มากกว่า 20%
ภายในระบบมี Virtual coach ที่ช่วยแนะนำท่าทางออกกำลังกายอย่างเป็นขั้นตอน พร้อมติดตามอัตราการเต้นหัวใจแบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้ที่เริ่มต้นสามารถออกกำลังกายได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และต่อเนื่อง ทีมงานได้นำระบบไปทดสอบจริง (Pilot Test) กับผู้ใช้งาน ณ หอสมุดป๋วยฯ และพื้นที่ส่วนกลางศูนย์รังสิต ซึ่งผลลัพธ์ยืนยันว่า VRX กระตุ้นระบบหัวใจและหลอดเลือดได้จริงตามมาตรฐานเวชศาสตร์การกีฬา (ACSM)
ปัจจุบัน ทีมงานกำลังยกระดับโครงการสู่เว็บแอปพลิเคชัน “FitQuest” ที่ใช้งานได้ง่ายผ่านโน้ตบุ๊กและแท็บเล็ต โดยชูจุดเด่นการใช้เทคโนโลยีกล้องเดี่ยวร่วมกับ AI ตรวจจับท่าทางและวัดอัตราการเต้นของหัวใจ (Single Camera Motion Tracking) ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อื่นที่ยุ่งยากเพิ่มเติม นอกจากนี้ ทีมงานยังเตรียมขยายผลสู่แคมเปญสุขภาพ เช่น “เต้นแลกแต้ม” เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสะสมเวลาออกกำลังกายเพื่อแลกรับสิทธิประโยชน์ในมหาวิทยาลัย ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ยั่งยืนต่อไป
ความสำเร็จของทั้ง 3 โครงการที่กำลังดำเนินการอยู่เป็นข้อพิสูจน์ชัดเจนว่า ไอเดียของนักศึกษาสามารถสร้าง Impact และแก้ปัญหาในแคมปัสได้จริง เมื่อมหาวิทยาลัยเปิดพื้นที่สำหรับรับฟังความคิดเห็นและมีทรัพยากรที่พร้อมสนับสนุน ความสำเร็จนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ธรรมศาสตร์จะสร้าง “มหาวิทยาลัยสุขสมบูรณ์” ที่ตอบโจทย์เป้าหมาย SDGs อย่างแท้จริงได้จาก “พลังคิด” ของประชาคมธรรมศาสตร์ทุกคน