ประกาศมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่อง นโยบายเสรีภาพทางวิชาการ

[ฉบับแปล] ประกาศมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เรื่อง นโยบายเสรีภาพทางวิชาการ

เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาบรรลุพันธกิจในการส่งเสริมประโยชน์ส่วนรวมผ่านทางการแสวงหาและเผยแพร่ความรู้ เสรีภาพทางวิชาการจึงเป็นสิ่งจำเป็นและครอบคลุมทั้งในด้านการสอนและการวิจัย เสรีภาพในการวิจัยเป็นพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดพรมแดนความรู้ ในขณะที่เสรีภาพทางวิชาการในการสอนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการปกป้องสิทธิของคณาจารย์และเสรีภาพในการเรียนรู้ของนักศึกษา ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษาแห่งราชอาณาจักรไทย ลงวันที่ 20 ธันวาคม 2564 การบริหารจัดการระดับอุดมศึกษาต้องยึดมั่นในหลักการความรับผิดชอบต่อสังคม เสรีภาพทางวิชาการ ความเป็นอิสระ และความเสมอภาค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สนับสนุนหลักการเหล่านี้อย่างเต็มที่ โดยตระหนักถึงสิทธิและหน้าที่ที่ระบุไว้ ดังนี้:

1. คำนิยาม

  • “มหาวิทยาลัย” หมายความว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • “นักศึกษา” หมายความว่า นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • “ผู้บริหาร” หมายความว่า บุคคลในตำแหน่งผู้นำที่รับผิดชอบในการดูแลการดำเนินงานด้านต่างๆ ของมหาวิทยาลัย ซึ่งรวมถึงตำแหน่ง อธิการบดี รองอธิการบดี คณบดี หัวหน้าภาควิชา และบุคลากรสายสนับสนุนการบริหารอื่นๆ
  • “คณาจารย์” หมายความว่า บุคคลที่ได้รับการจ้างงานจากสถาบันการศึกษา โดยทั่วไปจะปฏิบัติหน้าที่ในด้านการสอน การวิจัย หรือการบริหาร
  • “เสรีภาพทางวิชาการ” หมายความว่า เสรีภาพของคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา ในการสอน การเรียนรู้ การทำวิจัย และการแสดงความคิดเห็นโดยปราศจากความหวาดกลัวต่อการเซ็นเซอร์ การแก้แค้น หรือข้อจำกัดจากทางสถาบัน ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวต้องไม่ละเมิดมาตรฐานทางกฎหมายหรือจริยธรรม
  • “เสรีภาพในการแสดงออก” หมายความว่า สิทธิของบุคคลในการแสดงความคิด ความเห็น และความเชื่อโดยปราศจากการเซ็นเซอร์หรือการขัดขวาง ซึ่งรวมถึงความสามารถในการสื่อสารแนวคิดได้อย่างอิสระในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะผ่านคำพูด การเขียน หรือวิธีการอื่นใด และเป็นรากฐานสำคัญสำหรับสังคมประชาธิปไตยและชุมชนวิชาการที่เข้มแข็ง
  • “ประเด็นที่ก่อให้เกิดข้อโต้แย้ง (Controversial topics)” หมายความว่า หัวข้อที่กระตุ้นให้เกิดความคิดเห็นที่รุนแรงและความไม่ลงรอยกัน ซึ่งอาจมีความเกี่ยวข้องกับการอภิปรายทางวิชาการ แต่ต้องได้รับการนำเสนออย่างระมัดระวังเพื่อรักษาจุดเน้นในการเรียนการสอนของหลักสูตร

2. เพื่อให้สอดคล้องกับข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยประมวลจริยธรรม พ.ศ. 2563 ผู้บริหาร คณาจารย์ และนักศึกษาทุกคน มีหน้าที่ต้องเคารพและสนับสนุนเสรีภาพทางวิชาการและเสรีภาพในการแสดงออก

3. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขอยืนยันในเสรีภาพทางวิชาการของคณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา และนักวิชาการ ในการแสดงความคิดเห็นและปฏิบัติงานวิชาการโดยปราศจากการบังคับหรือการแทรกแซง

4. มหาวิทยาลัยจะจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกและกิจกรรมที่จำเป็น ซึ่งส่งเสริมการใช้เสรีภาพทางวิชาการ เพื่อเพิ่มพูนความรู้และศักยภาพของนักศึกษาและบุคลากร

5. คณาจารย์มีสิทธิที่จะใช้เสรีภาพทางวิชาการในการสอน การทำวิจัย การบริการวิชาการ และการแสดงความคิดเห็นทางวิชาการ เพื่อส่งเสริมและยกระดับความเป็นเลิศทางวิชาการของสถาบัน โดยมีความมุ่งมั่นพื้นฐานต่อความถูกต้อง การใช้สิทธิดังกล่าวต้องเป็นไปตามกฎหมายที่บังคับใช้และมาตรฐานทางศีลธรรมของประเทศ

6. คณาจารย์ได้รับสิทธิในการทำวิจัยและตีพิมพ์ผลการค้นพบได้อย่างอิสระ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องปฏิบัติหน้าที่ทางวิชาการอื่นๆ ให้ครบถ้วน การวิจัยใดๆ ที่ดำเนินการเพื่อผลประโยชน์ทางการเงินจะต้องเป็นไปตามข้อตกลงล่วงหน้าที่ทำไว้กับผู้มีอำนาจของมหาวิทยาลัย

7. คณาจารย์ ในฐานะสมาชิกของวิชาชีพชั้นสูงและเจ้าหน้าที่ของสถาบันการศึกษา จะต้องเป็นอิสระจากการเซ็นเซอร์หรือการดำเนินการทางวินัยจากทางสถาบันเมื่อแสดงความคิดเห็นในฐานะพลเมือง อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งอันเป็นเอกลักษณ์ของคณาจารย์ก็มาพร้อมกับพันธะหน้าที่เฉพาะ คณาจารย์ต้องตระหนักว่าสาธารณชนอาจประเมินวิชาชีพและสถาบันจากคำกล่าวของตน ดังนั้น จึงควรพยายามรักษาความถูกต้อง ใช้ความยับยั้งชั่งใจอย่างเหมาะสม แสดงความเคารพต่อความคิดเห็นที่แตกต่าง และระบุอย่างชัดเจนว่าตนไม่ได้เป็นตัวแทนของสถาบัน

8. คณาจารย์มีเสรีภาพในการอภิปรายเนื้อหาวิชาในชั้นเรียน อย่างไรก็ตาม ต้องใช้ความระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงการนำเสนอประเด็นที่ก่อให้เกิดข้อโต้แย้งซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาวิชาของตน แนวทางนี้ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อกีดกันการอภิปรายที่เป็นข้อโต้แย้ง เนื่องจากข้อโต้แย้งดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญของการแสวงหาความรู้ทางวิชาการอย่างเสรี คณาจารย์ควรหลีกเลี่ยงการนำเสนอเนื้อหาที่ไม่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องซึ่งไม่สอดคล้องกับจุดเน้นของสาขาวิชาของตน

9. แม้ว่าคณาจารย์จะมีหน้าที่รับผิดชอบในการออกแบบการประเมินผลเพื่อวัดความรู้ความเข้าใจในเนื้อหารายวิชาของนักศึกษา แต่คณาจารย์ก็ต้องตระหนักและเคารพในความแตกต่างระหว่างความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาของนักศึกษาและเสรีภาพทางความเชื่อของนักศึกษา คณาจารย์จะประเมินการเรียนรู้ของนักศึกษาโดยพิจารณาจากความรู้ความเข้าใจในเนื้อหารายวิชาเท่านั้น การตัดสินใจเกี่ยวกับเนื้อหารายวิชาและคุณภาพของผลงานทางวิชาการ จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานของวิชาชีพทางวิชาการ ตามที่ได้รับการตีความและประยุกต์ใช้โดยชุมชนนักวิชาการที่มีคุณสมบัติเหมาะสม

10. เสรีภาพทางความเชื่อของนักศึกษาเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเชิงอัตวิสัยของบุคคลที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาหลักสูตรของรายวิชาใดรายวิชาหนึ่ง ภายใต้สาขาวิชาทางวิชาการที่กว้างขึ้น ผู้สอนมีหน้าที่ในการเสริมสร้างการเรียนรู้ของนักศึกษาผ่านการประเมินความรู้ความเข้าใจในเนื้อหารายวิชา แต่ไม่มีอำนาจในการบังคับให้นักศึกษายอมรับความเชื่อเฉพาะใดๆ

ประกาศ ณ วันที่ 18 ตุลาคม 2567

(ศาสตราจารย์ ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์)
อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

SHARE

COMMENTS

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Picture of Thammasat SDG Unit
Thammasat SDG Unit

Related Activities