ชล บุนนาค

Full NameChol Bunnag
Academic positionAssistant Professor
DepartmentCentre for SDG Research and Support, Faculty of Economics
Emailcholb@econ.tu.ac.th
Primary SDGsSDG 17: Partnerships for the Goals
Related SDGsSDG 6: Clean Water and Sanitation
Area of ExpertiseNatural Resource Economics & SDG Strategic Implementation
Policy Mechanisms for SDG Localization
Integration of Sufficiency Economy Philosophy (SEP) into Development Frameworks
Green Economy and Sustainable Development Policy
Selected PublicationsLocalizing SDGs in Thailand: Towards a more inclusive national science, research, and innovation (SRI) plan

คณะวิทยาการเรียนรู้ฯ ธรรมศาสตร์เตรียมเปิดหลักสูตรใหม่ ‘ศักยภาพมนุษย์และสุขภาวะ’ ปั้นบัณฑิตรับมือความท้าทายของโลกสมัยใหม่

มกลางสถานการณ์สังคมปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความผันผวนและการเปลี่ยนแปลงในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ผู้คนเกิดความวิตกกังวลและความเครียดเพิ่มขึ้น ประกอบกับแนวโน้มใหญ่ของโลก (Mega Trends) เช่น การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี สังคมสูงวัย และช่องว่างระหว่างวัย ยิ่งทวีความท้าทายต่อสุขภาวะทางจิตใจของผู้คนในทุกช่วงวัย

ด้วยความตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนนี้ คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TULSEd) ได้พัฒนาและเตรียมเปิดตัวหลักสูตรใหม่ ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชา ศักยภาพมนุษย์และสุขภาวะ (B.A. in Human Potential and Well-being) โดยคาดการณ์ว่าจะได้รับการตอบรับเชิงบวกเพราะถือเป็นหลักสูตรที่ทันสมัยและตอบโจทย์ความต้องการของสังคมได

หลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อสร้าง “มนุษย์” ที่เข้าใจ “มนุษย์”

หลักสูตรนี้เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นของคณาจารย์และผู้ทรงคุณวุฒิในการพัฒนา เพื่อสร้างบัณฑิตที่มีความเข้าใจในการพัฒนาศักยภาพมนุษย์อย่างรอบด้านและมีความสามารถในการดูแลสุขภาวะของผู้คนแบบองค์รวม โดยมีเป้าหมายเพื่อตอบสนองความต้องการขององค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนที่กำลังมองหาบุคลากรที่มีทักษะในการจัดการกับความท้าทายที่ซับซ้อน สามารถสร้างความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ และปรับตัวในสังคมที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอได้

หัวใจสำคัญของหลักสูตรคือการบูรณาการศาสตร์ความรู้หลากหลายแขนงเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ประสาทวิทยาศาสตร์ มานุษยวิทยา นิเวศวิทยา ไปจนถึงศิลปะและละครบำบัด เพื่อสร้างความเข้าใจในมิติต่างๆ ของมนุษย์ นอกจากนี้ยังเน้นการพัฒนาทักษะและเครื่องมือในการทำงานกับความขัดแย้งที่เกิดจากความแตกต่างหลากหลาย ทั้งในระดับองค์กรและสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัย วัฒนธรรม หรือความเชื่อ โดยเชื่อมั่นว่าการเปลี่ยนแปลงสังคมสามารถดำเนินไปพร้อมกับการพัฒนาทางจิตวิญญาณได้

วิชาเรียนที่น่าสนใจและตอบโจทย์ยุคสมัย

หลักสูตรอัดแน่นไปด้วยวิชาที่น่าสนใจและนำไปใช้ได้จริง อาทิ

  • ประสาทวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาวะมนุษย์ (Neuroscience for Human Well-being)
  • ความหลากหลาย ความเป็นธรรม และการให้โอกาสในองค์กรและสังคม (Diversity, Equity, and Inclusion)
  • ความเข้าอกเข้าใจและการสื่อสารระหว่างวัย (Intergenerational Empathy and Communication)
  • ความขัดแย้ง ความรุนแรง และการไกล่เกลี่ย (Conflict, Violence and Mediation)
  • จากภูมิปัญญาดั้งเดิมสู่วิถีปฏิบัติสมัยใหม่: เส้นทางจิตวิญญาณเพื่อสุขภาวะองค์รวม
  • การเชื่อมโยงกับธรรมชาติและจิตนิเวศวิทยา (Nature Connection and Ecopsychology)
  • การใช้เกมและเกมมิฟิเคชันเพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม (Games and Gamification)
  • พฤฒาวิทยาและการส่งเสริมศักยภาพผู้สูงอายุ (Gerontology and Older Adult Potential Development)
  • ความตาย การตาย และความเศร้าโศก (Death, Dying, and Bereavement)

เตรียมเปิดรับนักศึกษารุ่นแรกและเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปร่วมเรียนรู้

หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาศักยภาพมนุษย์และสุขภาวะ มีกำหนดจะเปิดรับนักศึกษารุ่นแรกในปีการศึกษา 2569 และที่พิเศษไปกว่านั้น ทางหลักสูตรมีความตั้งใจที่จะเปิดรายวิชาบางส่วนให้บุคคลภายนอกที่สนใจสามารถเข้ามาร่วมเรียนรู้และพัฒนาตนเองไปพร้อมกับนักศึกษาได้อีกด้วยสำหรับผู้ที่สนใจหรือมีคนรู้จักที่กำลังมองหาแนวทางการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ชีวิตและสังคมในยุคปัจจุบัน สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจ Facebook: คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เร็วๆ นี้

ธรรมศาสตร์ทะยานสู่ TOP 4 ของโลกด้าน SDG 16 ขับเคลื่อน ‘สังคมยุติธรรม’ ด้วยองค์ความรู้ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงได้

คลื่อนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนภายใต้วิสัยทัศน์ “ศูนย์กลางความรู้เพื่อสังคมยุติธรรม” ซึ่งสะท้อนผ่านการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมในหลากหลายมิติ

เจาะลึก 3 กลยุทธ์หลักสู่ความสำเร็จ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชล บุนนาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move) และผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาคุณภาพและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เปิดเผยเบื้องหลังความสำเร็จว่าเกิดจากการทำงานอย่างเป็นระบบ โดยมีกิจกรรมการดำเนินงานที่โดดเด่น 3 ด้านหลัก ดังนี้

1. พลังวิจัยเปลี่ยนสังคมและนโยบาย (Research for Impact) ธรรมศาสตร์ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการตีพิมพ์ผลงานวิชาการ แต่ให้ความสำคัญกับการวิจัยที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริงในสังคม ตัวอย่างเช่น

  • งานวิจัยความรุนแรงในเยาวชน: ผลงานวิจัยหัวข้อ “Pathways, Situations, and Factors Associated with Youth Violence in Educational Settings” ได้ศึกษาถึงรากของปัญหาความรุนแรงในสถานศึกษาอย่างลึกซึ้ง และถูกนำไปต่อยอดเป็นนโยบายและคู่มือป้องกันความรุนแรงร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ
  • งานวิจัยสิทธิอนามัยการเจริญพันธุ์: งานวิจัยเชิงคุณภาพ “A determination of the influence of birth control among minority women in Thailand” ที่ได้ลงพื้นที่ศึกษาและสะท้อนเสียงของผู้หญิงกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อผลักดันให้เกิดความเท่าเทียมในระบบสาธารณสุขและเคารพในความหลากหลายทางวัฒนธรรม

คุณภาพของงานวิจัยเหล่านี้สะท้อนผ่านคะแนนหมวด “Research on Peace and Justice” ที่สูงถึง 84.8 เต็ม 100

2. บูรณาการ “ความยุติธรรม” ข้ามศาสตร์ (Interdisciplinary Justice) ความเป็นธรรมในมุมมองของธรรมศาสตร์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในคณะนิติศาสตร์หรือรัฐศาสตร์ แต่ถูกหล่อหลอมอยู่ในทุกศาสตร์วิชา เพื่อสร้างความยุติธรรมในมิติที่หลากหลาย ได้แก่

  • คณะพยาบาลศาสตร์ที่เน้นสิทธิมนุษยชนในระบบสุขภาพ และการเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่เท่าเทียม
  • คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาที่ทำการศึกษาตีแผ่ความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง และเป็นกระบอกเสียงให้กลุ่มคนชายขอบ
  • คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีที่ผลักดันแนวคิดเศรษฐกิจเพื่อสังคม (Social Economy) และสร้างกลไกตลาดที่เป็นธรรมเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

การบูรณาการข้ามศาสตร์นี้ทำให้บัณฑิตของธรรมศาสตร์มีความเข้าใจในมิติสังคมอย่างลึกซึ้ง และพร้อมเป็นพลเมืองที่สร้างการเปลี่ยนแปลง

3. สานพลังภาครัฐและวางรากฐานธรรมาภิบาล (Government Collaboration & Good Governance) ธรรมศาสตร์ทำหน้าที่เป็น “พื้นที่กลาง” ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับการกำหนดนโยบายของภาครัฐ จนได้รับคะแนนเต็ม 100 ในหมวด “การทำงานร่วมกับภาครัฐ” (Working with government) ผ่านการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม เช่น

  • ในปี 2023-2024 มีอาจารย์และนักวิจัยกว่า 70 คน ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาให้แก่หน่วยงานรัฐในทุกระดับ
  • ดำเนินโครงการวิจัยเชิงนโยบายร่วมกับภาครัฐกว่า 125 โครงการในปีเดียว
  • ศูนย์วิจัย SDG Move ร่วมมือกับ สกสว. และเครือข่ายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ประเมินสถานการณ์ความยั่งยืนและรวบรวมข้อมูลจากระดับท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ของประเทศ

จากอุดมการณ์สู่การปฏิบัติ: วัฒนธรรมองค์กรและพลเมืองรุ่นใหม่

ความสำเร็จทั้งหมดนี้หยั่งรากลึกจากวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นใน “เสรีภาพทางวิชาการ” (Academic Freedom) ซึ่งธรรมศาสตร์เพิ่งประกาศเป็นจุดยืนสำคัญอีกครั้ง การเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาและบุคลากรได้ตั้งคำถามและแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ ภายใต้กรอบของความรับผิดชอบต่อสังคม คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ธรรมศาสตร์ได้รับคะแนนด้านธรรมาภิบาล (University Governance Measures) สูงถึง 93.8 เต็ม 100

ผศ. ชล บุนนาค กล่าวทิ้งท้ายว่า “เสรีภาพที่มีกรอบของความรับผิดชอบ มุ่งประโยชน์ส่วนรวม และอยู่ภายใต้หลักแห่งเหตุผลและกติกาของสังคม ในห้วงเวลาที่โลกกำลังสับสนกับเส้นแบ่งของ ‘เสรีภาพ’ กับ ‘ไร้ขอบเขต’ ธรรมศาสตร์เลือกที่จะนิยามเสรีภาพอย่างมีสติและหลักการ”

การได้รับการจัดอันดับเป็นเพียงภาพสะท้อนหนึ่ง แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการที่ธรรมศาสตร์ยังคงยืนหยัดในเจตนารมณ์ “มหาวิทยาลัยเพื่อประชาชน” อย่างไม่เปลี่ยนแปลง พร้อมบ่มเพาะคนรุ่นใหม่ให้เป็นพลเมืองที่มีหัวใจของความยุติธรรม และพร้อมสร้างสังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างยั่งยืน

เรียนรู้เพื่อสร้างความยั่งยืน: ธรรมศาสตร์กับการออกแบบหลักสูตรวิชาบูรณาการ SDGs – เชื่อมโยงความรู้ข้ามศาสตร์

ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจอย่างซับซ้อน องค์ความรู้เรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างผูนำแห่งอนาคต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ตอกย้ำจุดยืนในฐานะสถาบันการศึกษาชั้นนำที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนวาระนี้อย่างจริงจัง สะท้อนผ่านความสำเร็จล่าสุดที่ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่ม Top 100 ของโลกติดต่อกันเป็นปีที่สอง จาก THE Impact Rankings 2025 โดยขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 64 ของโลก ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงวิสัยทัศน์ “มหาวิทยาลัยระดับโลกเพื่อประชาชน” ที่ไม่ได้เป็นเพียงคำขวัญ แต่คือการลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการผนวกเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เข้าเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2565-2570) ธรรมศาสตร์ไม่ได้มองว่า “ความยั่งยืน” เป็นเพียงสาขาวิชาหนึ่ง แต่เป็น “เลนส์” หรือมุมมองที่บัณฑิตทุกคนต้องมี ไม่ว่าจะสำเร็จการศึกษาจากคณะใดก็ตาม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว มหาวิทยาลัยจึงได้ออกแบบระบบนิเวศการเรียนรู้ที่หลากหลายและเชื่อมโยงความรู้ข้ามศาสตร์เข้าไว้ด้วยกัน


หลากหลายเส้นทางสู่ความยั่งยืน: แนวทางหลักที่ธรรมศาสตร์ออกแบบเพื่ออนาคต

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตระหนักดีว่าหลากหลายสาขาวิชาชีพสามารถร่วมกันขับเคลื่อน “ความยั่งยืน” ได้ จึงออกแบบหลักสูตรให้มีแนวทางที่แตกต่างกัน เพื่อสร้างเส้นทางการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ความสนใจและความถนัดอันหลากหลายของนักศึกษา โดยหลักสูตรที่นำเสนอในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นภาพความมุ่งมั่นดังกล่าว ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นแนวทางหลักๆ ได้ดังนี้

1. เส้นทางผู้นำองค์กร: หลักสูตรใหม่ SUMA

ธรรมศาสตร์ได้เปิดตัวหลักสูตรล่าสุด คือ หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเพื่อความยั่งยืน (SUMA) ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์โลกธุรกิจยุคใหม่ซึ่งให้ความสำคัญกับแนวคิด ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล) โดยเฉพาะ หลักสูตรนี้เกิดจากความร่วมมือของ 5 หน่วยงานหลัก ทั้งวิทยาลัยสหวิทยาการ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และคณะวิศวกรรมศาสตร์ 

จุดเด่นของหลักสูตรคือการมุ่งสร้างนักจัดการความยั่งยืนมืออาชีพผ่านเนื้อหาที่ครอบคลุมทั้งเศรษฐกิจหมุนเวียน การเงินเพื่อสิ่งแวดล้อม และการใช้ AI เพื่อความยั่งยืน ทั้งยังเน้นการปฏิบัติจริงผ่านการฝึกงานไม่น้อยกว่า 1,000 ชั่วโมง จึงเหมาะสำหรับนักศึกษาที่ต้องการเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในโลกธุรกิจและองค์กรชั้นนำ

2. เส้นทางนักสร้างการเปลี่ยนแปลงระดับโลก: วิทยาลัยโลกคดีศึกษา

วิทยาลัยโลกคดีศึกษา คือศูนย์กลางสำหรับผู้เรียนที่สนใจมิติทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจของความยั่งยืนในมุมมองระดับโลก และเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมสังคมในภูมิภาค ในระดับปริญญาตรี มีหลักสูตรโลกคดีศึกษาและการประกอบการทางสังคมที่เตรียมนักศึกษาให้เป็นผู้มีมีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 รับความท้าทายของโลก ผ่านวิชาอย่าง Social Enterprise and Entrepreneurship และ Human Centered Design for Social Innovation และ ในระดับปริญญาโท-เอก มีหลักสูตรนวัตกรรมสังคมและความยั่งยืนที่มุ่งสร้างผู้ปฏิบัติงานและนักวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาความท้าทาย โดยใช้กรอบ SDGs เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ปัญหาโดยตรง เช่นในรายวิชา Sustainability and the Global Political Economy

3. เส้นทางนวัตกรเพื่อความยั่งยืน: คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิตและมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนายั่งยืน ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาความยั่งยืนด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ด้วยปรัชญาในการผลิตบัณฑิตด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เน้นพื้นฐานที่แข็งแกร่งด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์โลก

4. เส้นทางนักพัฒนาสังคม: วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์

หลักสูตรภายใต้วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจงานพัฒนาในระดับชุมชน ความยุติธรรมทางสังคม และนโยบายสาธารณะ วิทยาลัยฯ มีจุดมุ่งหมายเชิงยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับเป้าหมาย SDGs ทั้ง 17 ข้อ และมุ่งผลิตบัณฑิตที่มีจิตสำนึกสาธารณะ โดยนอกเหนือจากหลักสูตรปริญญาแล้ว ยังจัดอบรมเฉพาะทางสำหรับบุคลากรภายนอก เช่น หลักสูตรนักบริหารการเปลี่ยนผ่านองค์กรอย่างยั่งยืน และหลักสูตรการประเมินผลกระทบทางสังคม (SIA/SROI)

นอกจากนี้ วิทยาลัยฯ ยังได้ริเริ่มเปิดสอนวิชาศึกษาทั่วไป Introduction to ESG (ESG 101) โดยร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อสร้างความรู้พื้นฐานด้าน ESG ให้แก่นักศึกษาทุกคน


ถักทอความยั่งยืนสู่ DNA ของบัณฑิตทุกคน

สิ่งที่ยืนยันถึงความมุ่งมั่นของธรรมศาสตร์ได้ดีที่สุด คือนโยบายที่จะยกระดับแนวคิดเรื่องความยั่งยืนให้กลายเป็นรากฐานการศึกษาสำหรับนักศึกษาทุกคน ผ่านแนวทาง “การบูรณาการอย่างทั่วถึง” แนวทางนี้สะท้อนผ่านเป้าหมายเชิงนโยบายที่ชัดเจนในแผนยุทธศาสตร์ฉบับที่ 13 ซึ่งตั้งเป้าว่า ภายในปี พ.ศ. 2570 หลักสูตรระดับปริญญาตรี 90% ของธรรมศาสตร์ จะต้องมีการบูรณาการองค์ความรู้ด้าน SDGs เข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง

ในทางปฏิบัติ นักศึกษาทุกคนสามารถลงเรียนวิชาศึกษาทั่วไปอย่าง TU103 Life and Sustainability เพื่อให้มีความเข้าใจเรื่องความยั่งยืนเป็นพื้นฐานไม่ว่าจะเรียนในคณะใด นอกจากนี้ยังส่งเสริมการเรียนรู้เชิงลึกผ่านวิชาเลือกเฉพาะทางและวิชาโทข้ามศาสตร์ เช่น คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เปิดสอนรายวิชาอย่าง “สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน” และ “การค้าคาร์บอน” หรือคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ที่เปิดวิชาโทการพัฒนาชุมชน ซึ่งช่วยให้นักศึกษาจากคณะอื่นได้เรียนรู้ทักษะการพัฒนาในระดับรากหญ้า

กลยุทธ์นี้มีเป้าหมายเพื่อให้บัณฑิตธรรมศาสตร์ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักบัญชี วิศวกร หรือนักสื่อสารมวลชน มีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานด้านความยั่งยืน (Sustainability Literacy) ติดตัวไป และพร้อมที่จะเป็นพลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในทุกภาคส่วนของสังคม