TU Sustainability Report 2023 Recap | ธรรมศาสตร์กับการขับเคลื่อน SDG 7

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งมั่นอย่างจริงจังในการพัฒนาพลังงานสะอาดและเข้าถึงได้ เราตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานที่ยั่งยืน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับทุกคน การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยครอบคลุมทั้งงานวิจัยเชิงลึก งานบริการวิชาการเพื่อสร้างประโยชน์ให้สังคม และการพัฒนานวัตกรรมพลังงานยั่งยืน เพื่อนำประเทศไทยสู่อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาด

1. งานวิจัยล้ำสมัยเพื่อตอบโจทย์พลังงานสะอาดทุกมิติ

คณาจารย์และนักวิชาการธรรมศาสตร์ได้ผลิตผลงานวิจัยที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญด้านพลังงานสะอาดอย่างหลากหลาย เพื่อเป็นรากฐานในการพัฒนาเทคโนโลยีและนโยบายด้านพลังงาน อาทิ

  • วิจัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเซลล์แสงอาทิตย์ให้สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากขึ้น รวมถึงพัฒนาระบบพลังงานแสงอาทิตย์แบบราคาประหยัดสำหรับทั้งที่อยู่อาศัยและภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังสำรวจวัสดุใหม่ๆ และวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของระบบพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อให้เป็นแหล่งพลังงานหลักที่ยั่งยืน
  • วิจัยกระบวนการเปลี่ยนชีวมวลและขยะอาหารให้เป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ ไฮโดรเจน และพลังงานไฟฟ้า (Waste-to-Energy) ตัวอย่างเช่น การผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันปรุงอาหารที่ใช้แล้ว การผลิตไบโอออยล์ด้วยกระบวนการไพโรไลซิส และการแปลงขยะอินทรีย์ด้วยตัวเร่งปฏิกิริยา เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากของเหลือทิ้งและลดปริมาณขยะ
  • วิจัยศักยภาพของไฮโดรเจนในฐานะเชื้อเพลิงสะอาด เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในภาคพลังงานของประเทศไทย รวมถึงพัฒนานวัตกรรมเซลล์เชื้อเพลิงจุลินทรีย์ที่สามารถนำพลังงานชีวภาพจากน้ำเสียกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • พัฒนาแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงและอายุการใช้งานยาวนาน (เช่น แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนและโซเดียมไอออน) เพื่อรองรับการผลิตพลังงานหมุนเวียนที่ไม่สม่ำเสมอ นอกจากนี้ ยังใช้วัสดุคาร์บอนจากของเหลือใช้ทางการเกษตรหรืออุตสาหกรรมมาสร้างเป็นวัสดุขั้วไฟฟ้าสำหรับการกักเก็บพลังงาน ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยลดต้นทุนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

2. โครงการบริการสังคมเพื่อสร้างความยั่งยืนด้านพลังงานสู่ชุมชน 

ธรรมศาสตร์ดำเนินโครงการบริการสังคม 3 โครงการ ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมความมั่นคงทางพลังงานและการเข้าถึงพลังงานสะอาด โดยอาศัยความร่วมมือจากหลายคณะและหน่วยงาน เพื่อสร้างผลกระทบที่เป็นรูปธรรม 

  • สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) จัดโครงการ “Let’s make my EV: วิศวกรรมเคมีกับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า!” โดยให้ความรู้และทักษะที่จำเป็นในการสร้างยานยนต์ไฟฟ้าแก่นักเรียนมัธยมปลายและบุคลากรมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นการบ่มเพาะบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
  • คณะเศรษฐศาสตร์จัดสัมมนาสาธารณะในหัวข้อสำคัญ อาทิ “แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า PDP 2024: ประเทศไทยกับทางแยกที่ต้องเลือก” เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนร่วมอภิปรายและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายพลังงานของประเทศ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้าใจและกำหนดทิศทางพลังงานที่เหมาะสม

3. นวัตกรรมและการบริการเพื่อส่งเสริมพลังงานสะอาดภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย

ธรรมศาสตร์ส่งเสริมนวัตกรรมและการบริการเพื่อพลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งภายในและชุมชนภายนอกมหาวิทยาลัย ตัวอย่างที่น่าสนใจ คือ

  • การเป็นผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียนและเป้าหมายการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ด้วยการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาอาคาร (rooftop solar) ในวิทยาเขตหลัก ทั้งรังสิต พัทยา และลำปาง โดยเฉพาะที่วิทยาเขตรังสิต มีพื้นที่หลังคาโซลาร์เซลล์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย ซึ่งสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อใช้ภายในมหาวิทยาลัยได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการเปลี่ยนรถโดยสารภายในมหาวิทยาลัยจากที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ (NGV) เป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นสู่เป้าหมายการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions)
  • มหาวิทยาลัยได้ร่วมมือกับ บริษัท โซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้นำด้านพลังงานแสงอาทิตย์ เปิด ศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมพลังงานสะอาด ที่อาคารโดมบริหาร วิทยาเขตรังสิต ศูนย์แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญ โดยให้ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียนและการปฏิบัติที่ยั่งยืนแก่ทั้งนักศึกษา บุคลากร และประชาชนทั่วไป

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการพัฒนาพลังงานสะอาดและเข้าถึงได้ ด้วยการบูรณาการความรู้จากหลากหลายสาขาวิชา การบริการสังคมที่สร้างประโยชน์ได้จริง และการพัฒนานวัตกรรมพลังงานยั่งยืน เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนของประเทศไทยสำหรับคนรุ่นต่อไป

ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานเพื่อขจัดความยากจนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 7 (SDG 7: Clean and Affordable Energy) เหล่านี้ สรุปและเรียบเรียงจาก รายงานความยั่งยืนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับล่าสุด ประจำปี 2566 (Thammasat University Sustainability Report 2023)

TU Sustainability Report 2023 Recap | ธรรมศาสตร์กับการขับเคลื่อน SDG 7

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งมั่นอย่างจริงจังในการพัฒนาพลังงานสะอาดและเข้าถึงได้ เราตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานที่ยั่งยืน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับทุกคน การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยครอบคลุมทั้งงานวิจัยเชิงลึก งานบริการวิชาการเพื่อสร้างประโยชน์ให้สังคม และการพัฒนานวัตกรรมพลังงานยั่งยืน เพื่อนำประเทศไทยสู่อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาด

1. งานวิจัยล้ำสมัยเพื่อตอบโจทย์พลังงานสะอาดทุกมิติ

คณาจารย์และนักวิชาการธรรมศาสตร์ได้ผลิตผลงานวิจัยที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญด้านพลังงานสะอาดอย่างหลากหลาย เพื่อเป็นรากฐานในการพัฒนาเทคโนโลยีและนโยบายด้านพลังงาน อาทิ

  • วิจัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเซลล์แสงอาทิตย์ให้สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากขึ้น รวมถึงพัฒนาระบบพลังงานแสงอาทิตย์แบบราคาประหยัดสำหรับทั้งที่อยู่อาศัยและภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังสำรวจวัสดุใหม่ๆ และวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของระบบพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อให้เป็นแหล่งพลังงานหลักที่ยั่งยืน
  • วิจัยกระบวนการเปลี่ยนชีวมวลและขยะอาหารให้เป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ ไฮโดรเจน และพลังงานไฟฟ้า (Waste-to-Energy) ตัวอย่างเช่น การผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันปรุงอาหารที่ใช้แล้ว การผลิตไบโอออยล์ด้วยกระบวนการไพโรไลซิส และการแปลงขยะอินทรีย์ด้วยตัวเร่งปฏิกิริยา เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากของเหลือทิ้งและลดปริมาณขยะ
  • วิจัยศักยภาพของไฮโดรเจนในฐานะเชื้อเพลิงสะอาด เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในภาคพลังงานของประเทศไทย รวมถึงพัฒนานวัตกรรมเซลล์เชื้อเพลิงจุลินทรีย์ที่สามารถนำพลังงานชีวภาพจากน้ำเสียกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • พัฒนาแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงและอายุการใช้งานยาวนาน (เช่น แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนและโซเดียมไอออน) เพื่อรองรับการผลิตพลังงานหมุนเวียนที่ไม่สม่ำเสมอ นอกจากนี้ ยังใช้วัสดุคาร์บอนจากของเหลือใช้ทางการเกษตรหรืออุตสาหกรรมมาสร้างเป็นวัสดุขั้วไฟฟ้าสำหรับการกักเก็บพลังงาน ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยลดต้นทุนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

2. โครงการบริการสังคมเพื่อสร้างความยั่งยืนด้านพลังงานสู่ชุมชน 

ธรรมศาสตร์ดำเนินโครงการบริการสังคม 3 โครงการ ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมความมั่นคงทางพลังงานและการเข้าถึงพลังงานสะอาด โดยอาศัยความร่วมมือจากหลายคณะและหน่วยงาน เพื่อสร้างผลกระทบที่เป็นรูปธรรม 

  • สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) จัดโครงการ “Let’s make my EV: วิศวกรรมเคมีกับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า!” โดยให้ความรู้และทักษะที่จำเป็นในการสร้างยานยนต์ไฟฟ้าแก่นักเรียนมัธยมปลายและบุคลากรมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นการบ่มเพาะบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
  • คณะเศรษฐศาสตร์จัดสัมมนาสาธารณะในหัวข้อสำคัญ อาทิ “แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า PDP 2024: ประเทศไทยกับทางแยกที่ต้องเลือก” เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนร่วมอภิปรายและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายพลังงานของประเทศ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้าใจและกำหนดทิศทางพลังงานที่เหมาะสม

3. นวัตกรรมและการบริการเพื่อส่งเสริมพลังงานสะอาดภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย

ธรรมศาสตร์ส่งเสริมนวัตกรรมและการบริการเพื่อพลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งภายในและชุมชนภายนอกมหาวิทยาลัย ตัวอย่างที่น่าสนใจ คือ

  • การเป็นผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียนและเป้าหมายการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ด้วยการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาอาคาร (rooftop solar) ในวิทยาเขตหลัก ทั้งรังสิต พัทยา และลำปาง โดยเฉพาะที่วิทยาเขตรังสิต มีพื้นที่หลังคาโซลาร์เซลล์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย ซึ่งสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อใช้ภายในมหาวิทยาลัยได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการเปลี่ยนรถโดยสารภายในมหาวิทยาลัยจากที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ (NGV) เป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นสู่เป้าหมายการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions)
  • มหาวิทยาลัยได้ร่วมมือกับ บริษัท โซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้นำด้านพลังงานแสงอาทิตย์ เปิด ศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมพลังงานสะอาด ที่อาคารโดมบริหาร วิทยาเขตรังสิต ศูนย์แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญ โดยให้ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียนและการปฏิบัติที่ยั่งยืนแก่ทั้งนักศึกษา บุคลากร และประชาชนทั่วไป

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการพัฒนาพลังงานสะอาดและเข้าถึงได้ ด้วยการบูรณาการความรู้จากหลากหลายสาขาวิชา การบริการสังคมที่สร้างประโยชน์ได้จริง และการพัฒนานวัตกรรมพลังงานยั่งยืน เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนของประเทศไทยสำหรับคนรุ่นต่อไป

ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานเพื่อขจัดความยากจนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 7 (SDG 7: Clean and Affordable Energy) เหล่านี้ สรุปและเรียบเรียงจาก รายงานความยั่งยืนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับล่าสุด ประจำปี 2566 (Thammasat University Sustainability Report 2023)

TU Sustainability Report 2023 Recap | ธรรมศาสตร์กับการขับเคลื่อน SDG 6

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการจัดการน้ำสะอาดและการสุขาภิบาลอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการมีคุณภาพชีวิตที่ดีและสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์ เรามุ่งมั่นในการขับเคลื่อนเป้าหมายนี้ผ่านการดำเนินงานที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งงานวิจัยเชิงลึก นวัตกรรม และงานบริการวิชาการที่ร่วมมือกับชุมชน เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงน้ำสะอาดและการสุขาภิบาลที่เหมาะสมสำหรับทุกคน

1. งานวิจัยและนวัตกรรมสร้างสรรค์โซลูชันเพื่อแก้ปัญหาคุณภาพน้ำ

คณาจารย์และนักวิชาการธรรมศาสตร์ได้ผลิตผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การจัดการน้ำอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านทรัพยากรน้ำที่ซับซ้อน เช่น

  • พัฒนาเทคโนโลยีการกรองน้ำขั้นสูงและมีประสิทธิภาพ อาทิ การใช้วัสดุนาโนคอมโพสิต ไบโอชาร์ และระบบที่ใช้กราฟีน เพื่อกำจัดมลพิษหลากหลายชนิดที่ปนเปื้อนในแหล่งน้ำ เช่น โลหะหนัก ยาปฏิชีวนะ และไมโครพลาสติก นอกจากนี้ ยังมีการวิจัยและประยุกต์ใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาด้วยแสงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อย่อยสลายสารอินทรีย์ที่ก่อให้เกิดมลภาวะในน้ำ
  • วิจัยและพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียที่นอกจากจะช่วยทำให้น้ำสะอาดแล้ว ยังสามารถสร้างประโยชน์อื่นๆ ได้ เช่น การวิจัยเซลล์เชื้อเพลิงจุลินทรีย์เพื่อบำบัดน้ำเสียพร้อมผลิตพลังงานหมุนเวียน และการพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียต้นทุนต่ำ (อาทิ ระบบบำบัดน้ำเสียแบบไร้อากาศ และพื้นที่ชุ่มน้ำเทียม) ที่เหมาะสมสำหรับชุมชนทั้งในเขตเมืองและชนบท เพื่อส่งเสริมการนำน้ำกลับมาใช้ประโยชน์และลดภาระต่อสิ่งแวดล้อม
  • พัฒนาเครื่องมือและแบบจำลองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในภาพรวม เช่น การใช้แบบจำลองการตัดสินใจบนพื้นฐาน IoT (Internet of Things) และวิธีการตัดสินใจแบบหลายเกณฑ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายน้ำและการชลประทานในภาคเกษตรกรรม นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาแบบจำลองคาดการณ์การประปาในเมือง แบบจำลองอุทกวิทยาสำหรับการจัดการลุ่มน้ำ และการประเมินประสิทธิภาพการชลประทาน เพื่อให้การใช้ทรัพยากรน้ำเป็นไปอย่างยั่งยืนและเกิดประโยชน์สูงสุด
  • ศึกษาและวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดจากสารมลพิษอุบัติใหม่ (Emerging Contaminants) ที่พบในแหล่งน้ำดื่ม อาทิ ไมโครพลาสติกและสารตกค้างจากยา เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพของมนุษย์และผลกระทบต่อระบบนิเวศ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังและหาแนวทางแก้ไขในระยะยาว

2. โครงการบริการสังคมเพื่อสร้างความยั่งยืนด้านทรัพยากรน้ำสู่ชุมชน 

ธรรมศาสตร์ดำเนินโครงการบริการวิชาการ 5 โครงการ ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมความยั่งยืนด้านน้ำสะอาดและการสุขาภิบาล โดยอาศัยความร่วมมือจากหลายคณะและหน่วยงาน เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืนในระดับชุมชน ตัวอย่างโครงการที่น่าสนใจ ได้แก่

  • คณะรัฐศาสตร์ดำเนินโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมในการจัดการน้ำและความหลากหลายทางชีวภาพ โดยทำงานร่วมกับองค์กรชุมชนที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และพัฒนาแนวทางการจัดการน้ำที่เหมาะสม สอดคล้องกับบริบทของท้องถิ่น และมีความยั่งยืนในระยะยาว

3. นวัตกรรมและการบริการเพื่อสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อน้ำสะอาด

ธรรมศาสตร์ส่งเสริมนวัตกรรมและการบริการที่ส่งเสริมการเข้าถึงน้ำสะอาดและสุขาภิบาลที่ดี ทั้งภายในมหาวิทยาลัยและสู่ชุมชนโดยรอบ

  • มหาวิทยาลัยได้ลงทุนติดตั้งตู้กดน้ำกรองฟรีคุณภาพสูงทั่วทั้งวิทยาเขต เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักศึกษาและบุคลากรสามารถเข้าถึงน้ำดื่มที่สะอาดและปลอดภัยได้โดยง่าย ซึ่งไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังส่งเสริมการลดการใช้ขวดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติก และมีการบำรุงรักษา เปลี่ยนไส้กรอง และตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างสม่ำเสมอตามมาตรฐาน
  • วิทยาเขตรังสิตมุ่งมั่นในการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน โดยเน้นที่การบำบัดน้ำเสียและการป้องกันน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ มีการบำบัดน้ำเสียปริมาณมากถึง 3,000–5,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ด้วยระบบบึงประดิษฐ์แบบเติมอากาศ (aerated lagoon) ซึ่งเป็นระบบบำบัดทางชีวภาพที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อนำน้ำที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ในการชลประทานและรักษาระบบนิเวศภายในมหาวิทยาลัย และในอนาคตมีแผนที่จะปรับปรุงให้เป็นระบบ zero-liquid discharge (ระบบบำบัดน้ำเสียจนไม่มีของเหลวทิ้งออกสู่ภายนอก) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำให้สูงสุด นอกจากนี้ยังร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นในการปรับปรุงและพัฒนาระบบป้องกันน้ำท่วมโดยรอบมหาวิทยาลัย (เช่น การขุดลอกคลอง และการซ่อมแซมระบบระบายน้ำ) เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและความปลอดภัยให้กับชุมชนในภาวะน้ำท่วม

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการจัดการน้ำสะอาดและการสุขาภิบาลอย่างยั่งยืน ด้วยการบูรณาการความรู้จากหลากหลายสาขาวิชา การบริการสังคมที่ตอบโจทย์ความต้องการของชุมชน และการพัฒนานวัตกรรมล้ำสมัย เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงน้ำสะอาดและมีสุขอนามัยที่ดี

ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานเพื่อขจัดความยากจนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 6 (SDG 6: Clean Water and Sanitation) เหล่านี้ สรุปและเรียบเรียงจาก รายงานความยั่งยืนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับล่าสุด ประจำปี 2566 (Thammasat University Sustainability Report 2023)

TU Sustainability Report 2023 Recap | ธรรมศาสตร์กับการขับเคลื่อน SDG 5

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการสร้างความเสมอภาคทางเพศ ด้วยความตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างสังคมที่ทุกคนไม่ว่าจะเพศใดก็มีสิทธิ โอกาส และศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน จึงได้ใช้ความรู้ความสามารถและทรัพยากรที่มีอยู่ ผ่านการดำเนินงาน 3 ด้านหลัก ได้แก่ งานวิจัย งานบริการวิชาการ และการส่งเสริมบทบาทของผู้หญิงในทุกมิติ เพื่อนำพาสังคมไปสู่ความเท่าเทียมอย่างแท้จริง

1. งานวิจัยหลากหลายมิตินำไปสู่ความเท่าเทียมทางเพศ

คณาจารย์และนักวิชาการของธรรมศาสตร์ได้ผลิตผลงานวิจัยที่เจาะลึกประเด็นความเสมอภาคทางเพศในหลากหลายด้าน เพื่อสร้างองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ในการกำหนดนโยบายและแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม อาทิ

  • ศึกษาบทบาทของผู้หญิงและความหลากหลายในที่ทำงานผ่านผลกระทบของการมีผู้หญิงในคณะกรรมการบริษัทและฝ่ายบริหาร ซึ่งไม่เพียงส่งผลต่อความหลากหลาย แต่ยังรวมถึงธรรมาภิบาลและจริยธรรมในการจัดการองค์กร
  • วิจัยการเข้าถึงบริการสุขภาพของกลุ่มเปราะบาง อาทิ ผู้หญิงข้ามชาติ ผู้หญิงข้ามเพศ และชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นสุขภาพทางเพศและอนามัยเจริญพันธุ์ ซึ่งมักเป็นประเด็นที่ถูกมองข้าม
  • ศึกษาปัญหาการคุกคามทางเพศในที่สาธารณะ การกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ (cyberbullying) และความรุนแรงในครอบครัว เพื่อนำไปสู่การพัฒนากฎหมายและนโยบายที่สามารถลดความรุนแรงต่อผู้หญิงและบุคคลทุกเพศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • วิเคราะห์บทบาททางเพศที่ปรากฏในสื่อและวัฒนธรรม รวมถึงศึกษาประสบการณ์และประเด็นท้าทายที่กลุ่ม LGBTQ+ ต้องเผชิญในสังคม เพื่อส่งเสริมความเข้าใจและการยอมรับ

2. โครงการบริการสังคมเพื่อเสริมพลังและศักยภาพให้ผู้หญิงและกลุ่มหลากหลายทางเพศ

ธรรมศาสตร์ดำเนินโครงการบริการสังคมที่มุ่งเน้นการส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศและเสริมสร้างพลังให้กับผู้หญิง รวมถึงกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ โดยอาศัยความร่วมมือจากหลายคณะวิชา ได้แก่

  • คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาจัดเวทีเสวนาในหัวข้อสำคัญ อาทิ “5 ปี หลังโควิด-19: มุมมองด้านแรงงาน ครอบครัว และเพศภาวะ—เสียงจากผู้หญิงในภาคส่วนงานที่ต้องใกล้ชิดผู้คน” เพื่อสะท้อนปัญหาและข้อเสนอแนะจากผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง
  • คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ดำเนินโครงการ “ครอบครัวสุขสันต์ ลูกรักเป็นสุข” ซึ่งมุ่งเน้นการสนับสนุนครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว และจัดบรรยายเกี่ยวกับนโยบายสวัสดิการเด็กและครอบครัว เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว
  • สถาบันทรัพยากรมนุษย์จัดโครงการให้ความรู้ทางกฎหมายเกี่ยวกับครอบครัวและมรดก ซึ่งมักเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อความเท่าเทียมทางเพศ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดอคติและความไม่เท่าเทียมทางกฎหมายและสังคม
  • วิทยาลัยสหวิทยาการส่งเสริมความหลากหลายทางเพศผ่านโครงการและกิจกรรมต่างๆ ที่มุ่งสร้างความเข้าใจ การยอมรับ และการอยู่ร่วมกันในสังคมที่มีความหลากหลายทางเพศอย่างสันติสุข

3. นโยบายและโครงการที่ส่งเสริมความเทียมทางเพศในทุกมิติของมหาวิทยาลัย 

ธรรมศาสตร์มุ่งมั่นที่จะสร้างสภาพแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัยที่ส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ ปราศจากการเลือกปฏิบัติ และเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ผ่านนโยบายเหล่านี้

  • มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการกำหนดและบังคับใช้นโยบายที่ส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศ ความหลากหลาย และการไม่แบ่งแยก เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม
  • จัดสรรทุนการศึกษาให้นักศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักศึกษาหญิงที่มาจากพื้นที่ชนบท ผู้มีรายได้น้อย และกลุ่มที่ด้อยโอกาส เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา
  • ให้การดูแลสุขภาพจิตและสนับสนุนการดูแลบุตรสำหรับนักศึกษาและบุคลากรหญิง เพื่อให้พวกเขาสามารถเรียนและทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาระการดูแลบุตร
  • เพิ่มจำนวนนักศึกษาหญิง โดยเฉพาะในสาขาวิชาที่ผู้หญิงยังมีจำนวนน้อย เพื่อส่งเสริมความหลากหลายทางวิชาการและวิชาชีพ นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพและบทบาทการเป็นผู้นำของผู้หญิงในทุกระดับ
  • บังคับใช้นโยบายต่อต้านการเลือกปฏิบัติ การคุกคาม และการตอบโต้ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและส่งเสริมให้ผู้หญิงและกลุ่มหลากหลายทางเพศสามารถมีส่วนร่วมในชีวิตมหาวิทยาลัยได้อย่างเต็มที่และมั่นใจ

3. นโยบายและโครงการที่ส่งเสริมความเทียมทางเพศในทุกมิติของมหาวิทยาลัย 

ธรรมศาสตร์มุ่งมั่นที่จะสร้างสภาพแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัยที่ส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ ปราศจากการเลือกปฏิบัติ และเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ผ่านนโยบายเหล่านี้

  • มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการกำหนดและบังคับใช้นโยบายที่ส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศ ความหลากหลาย และการไม่แบ่งแยก เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม
  • จัดสรรทุนการศึกษาให้นักศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักศึกษาหญิงที่มาจากพื้นที่ชนบท ผู้มีรายได้น้อย และกลุ่มที่ด้อยโอกาส เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา
  • ให้การดูแลสุขภาพจิตและสนับสนุนการดูแลบุตรสำหรับนักศึกษาและบุคลากรหญิง เพื่อให้พวกเขาสามารถเรียนและทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาระการดูแลบุตร
  • เพิ่มจำนวนนักศึกษาหญิง โดยเฉพาะในสาขาวิชาที่ผู้หญิงยังมีจำนวนน้อย เพื่อส่งเสริมความหลากหลายทางวิชาการและวิชาชีพ นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพและบทบาทการเป็นผู้นำของผู้หญิงในทุกระดับ
  • บังคับใช้นโยบายต่อต้านการเลือกปฏิบัติ การคุกคาม และการตอบโต้ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและส่งเสริมให้ผู้หญิงและกลุ่มหลากหลายทางเพศสามารถมีส่วนร่วมในชีวิตมหาวิทยาลัยได้อย่างเต็มที่และมั่นใจ
  • ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) และองค์กรอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายและขยายผลการดำเนินงานในการส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศในวงกว้างร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) และองค์กรอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายและขยายผลการดำเนินงานในการส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศในวงกว้าง

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการสร้างความเท่าเทียมทางเพศ ด้วยการบูรณาการความรู้จากหลากหลายสาขาวิชา การบริการสังคมที่เข้าถึงชุมชน และการส่งเสริมบทบาทของผู้หญิงในทุกมิติ เพื่อสร้างสังคมที่เท่าเทียม เป็นธรรม และเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเติบโตและพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่

ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานเพื่อขจัดความยากจนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 5 (SDG 5: Gender Equality) เหล่านี้ สรุปและเรียบเรียงจาก รายงานความยั่งยืนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับล่าสุด ประจำปี 2566 (Thammasat University Sustainability Report 2023)

TU Sustainability Report 2023 Recap | ธรรมศาสตร์กับการขับเคลื่อน SDG 4

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการศึกษาที่มีคุณภาพมาเสมอ โดยตระหนักว่าการศึกษาคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จึงได้ใช้ความรู้ความสามารถและทรัพยากรที่มีอยู่ ผ่านการดำเนินงาน 3 ด้านหลัก ได้แก่ งานวิจัย งานบริการวิชาการ และการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ เพื่อสร้างสรรค์ระบบการศึกษาที่เข้าถึงได้ มีคุณภาพ และตอบโจทย์ความต้องการของทุกคน

1. งานวิจัยล้ำหน้าเพื่อพัฒนาการศึกษาอย่างรอบด้าน

คณาจารย์และนักวิชาการของธรรมศาสตร์ได้ผลิตผลงานวิจัยที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญทางการศึกษาอย่างหลากหลาย เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนและการเรียนรู้ อาทิ

  • ศึกษาเทคนิคการสอนที่มีประสิทธิภาพในการสอนภาษาและวรรณกรรม อาทิ การสอนแบบร่วมมือ (cooperative learning) การช่วยเหลือแบบนั่งร้าน (scaffolding) ซึ่งเป็นการให้การสนับสนุนผู้เรียนอย่างเหมาะสม และการเรียนรู้โดยใช้ข้อมูล (data-driven learning) เพื่อให้การสอนสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนอย่างแท้จริง รวมถึงวิธีการพัฒนาความเข้าใจในการอ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทการเรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศ (EFL) ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในยุคปัจจุบัน
  • สำรวจการใช้เทคโนโลยีเสมือนจริง (VR) ในการฝึกอบรมเฉพาะทาง เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่สมจริงและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังศึกษาการบูรณาการหลักสูตรออนไลน์แบบเปิดขนาดใหญ่ (MOOCs) และแพลตฟอร์มเกมมิฟิเคชัน (Gamification) เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้เรียน กระตุ้นความสนใจ และส่งเสริมความเป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีความรับผิดชอบ
  • วิจัยประสิทธิภาพของนวัตกรรมการสอนในระดับอุดมศึกษาแบบใหม่ๆ อาทิ ห้องเรียนกลับด้าน (flipped classrooms) ซึ่งส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเอง การแสดงบทบาทสมมติ (role-playing) เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหา และการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (problem-based learning) ในสาขาวิชาต่างๆ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง

ศึกษาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษาในประเทศไทยอย่างเจาะลึก พร้อมทั้งพัฒนากรอบการทำงานและแนวทางปฏิบัติเพื่อสนับสนุนสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ครอบคลุม (inclusive learning environment) ซึ่งหมายถึงการสร้างโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมสำหรับผู้เรียนทุกคน โดยไม่คำนึงถึงภูมิหลังหรือข้อจำกัดใดๆ

2. โครงการบริการสังคมที่สร้างการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างสู่ชุมชน

ธรรมศาสตร์ดำเนินโครงการบริการสังคมกว่า 200 โครงการ ที่มุ่งส่งเสริมการศึกษาที่มีคุณภาพ โดยร่วมมือกับคณะและหน่วยงานต่างๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนและผู้สอนในหลากหลายมิติ ตัวอย่างโครงการที่น่าสนใจ ได้แก่

  • คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ดำเนินโครงการ “ก่อการครู” ซึ่งเป็นโครงการเรือธงที่จัดอบรมพัฒนาศักยภาพครูแกนนำทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งจัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายและเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครู เพื่อยกระดับมาตรฐานการสอนและการจัดการเรียนรู้
  • คณะเศรษฐศาสตร์จัดอบรมเศรษฐศาสตร์สำหรับครูสังคมศึกษา เพื่อให้ครูสามารถถ่ายทอดแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ที่ซับซ้อนได้อย่างครอบคลุม ทันสมัย และเข้าใจง่าย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการสร้างพลเมืองที่มีความรู้ความเข้าใจด้านเศรษฐกิจ
  • สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษาจัดโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่น เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปได้เรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมที่หลากหลาย ซึ่งเป็นการเสริมสร้างทักษะและความเข้าใจในบริบทสากล

3. นวัตกรรมและการบริการเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต 

ธรรมศาสตร์ส่งเสริมนวัตกรรมและการบริการเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่องและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก อาทิ

  • ห้องสมุดแห่งชีวิต (Library of Life) ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ขนาดใหญ่ที่มีหนังสือกว่า 1.3 ล้านเล่ม หนังสือพิมพ์กว่า 2,000 ชื่อ และฐานข้อมูลนานาชาติกว่า 100 ฐานข้อมูล เพื่อสนับสนุนการค้นคว้าและวิจัย นอกจากนี้ ยังมี “พื้นที่แห่งชีวิต (Life Space)” ที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและเป็นพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับทุกคนในประชาคม
  • แพลตฟอร์มออนไลน์ TU Next สำหรับการ Reskilling และ Upskilling ที่พัฒนาขึ้นโดยมหาวิทยาลัย มีหลักสูตรฟรีหลากหลายครอบคลุมทักษะแห่งอนาคต และมอบประกาศนียบัตรอย่างเป็นทางการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของบุคลากรในยุคดิจิทัล
  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับมูลนิธิใจใสใจก้า ดำเนินโครงการ “ระบบนิเวศของการเรียนรู้และความสุขที่มีความหมาย” ซึ่งเป็นโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนาเพื่อพัฒนาการศึกษาในโรงเรียนชนบท 4 แห่งในจังหวัดพิจิตร โครงการนี้มุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้แบบองค์รวมและยั่งยืน

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการพัฒนาการศึกษาที่มีคุณภาพและเท่าเทียม ผ่านการบูรณาการความรู้จากหลากหลายสาขาวิชา การบริการสังคมที่ตอบโจทย์ความต้องการของชุมชน และการสร้างสรรค์นวัตกรรมการเรียนรู้ที่ทันสมัยและเข้าถึงได้

ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานเพื่อขจัดความยากจนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 4 (SDG 4: Quality Education) เหล่านี้ สรุปและเรียบเรียงจาก รายงานความยั่งยืนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับล่าสุด ประจำปี 2566 (Thammasat University Sustainability Report 2023)

TU Sustainability Report 2023 Recap | ธรรมศาสตร์กับการขับเคลื่อน SDG 3

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เดินหน้าอย่างแข็งขันเพื่อส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของทุกคน ด้วยความเข้าใจว่าสุขภาพคือรากฐานสำคัญของการมีคุณภาพชีวิตที่ดีและการพัฒนาที่ยั่งยืนของสังคม โดยใช้ความรู้ความสามารถและทรัพยากรที่มีอยู่ ผ่านการดำเนินงาน 3 ด้านหลัก ได้แก่ งานวิจัย งานบริการวิชาการ และนวัตกรรมด้านสุขภาพ เพื่อสร้างสรรค์สังคมที่ทุกคนเข้าถึงบริการสุขภาพและมีสุขภาวะที่ดีอย่างเท่าเทียม

1. งานวิจัยล้ำสมัยเพื่อตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพครบวงจร

คณาจารย์และนักวิจัยของธรรมศาสตร์ได้ผลิตผลงานวิจัยที่ครอบคลุมประเด็นสุขภาพที่หลากหลาย เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่นำไปสู่การพัฒนาแนวทางการป้องกัน บำบัด และฟื้นฟูสุขภาพ อาทิ

  • ศึกษาประสิทธิภาพของการรักษาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)  เช่น โรคเบาหวาน พัฒนาเครื่องมือทำนายการรอดชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งด้วยวิธีการที่ทันสมัย รวมถึงวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับโรคตับ โรคไต และความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญในปัจจุบัน
  • วิจัยโรคติดต่อที่พบมากและเป็นปัญหาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไข้เลือดออก มาลาเรีย และมะเร็งท่อน้ำดี ตลอดจนการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับโรคอุบัติใหม่อย่างโควิด-19 ซึ่งรวมถึงการศึกษาประสิทธิภาพของวัคซีน และการจัดการภาวะ Long COVID ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว
  • ให้ความสำคัญกับปัญหาสุขภาพจิตที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง เช่น วัยรุ่นและผู้สูงอายุ เราเน้นการวิจัยที่เกี่ยวกับภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล เพื่อทำความเข้าใจกลไกและพัฒนาแนวทางการช่วยเหลือที่เหมาะสม
  • พัฒนาเทคโนโลยีด้านสุขภาพ เช่น เครื่องมือวินิจฉัยโรคด้วย AI และแอปพลิเคชันสุขภาพบนมือถือ เพื่อเพิ่มความรอบรู้ด้านสุขภาพให้กับประชาชน และสนับสนุนให้ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

2. โครงการบริการสังคม เชื่อมโยงสุขภาพสู่ชุมชนอย่างใกล้ชิด

ธรรมศาสตร์ดำเนินโครงการบริการสังคมกว่า 80 โครงการ ที่มุ่งส่งเสริมสุขภาพและสุขภาวะที่ดีอย่างเป็นรูปธรรม โดยร่วมมือกับคณะและหน่วยงานต่างๆ เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและเข้าถึงชุมชน ตัวอย่างโครงการที่น่าสนใจ เช่น

  • จัดโครงการให้ความรู้ด้านสุขภาพพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับประชาชน เช่น การใช้ยาอย่างปลอดภัยและถูกวิธี รวมถึงการให้ความรู้และทักษะในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งอย่างถูกหลักและเปี่ยมด้วยกำลังใจ
  • ให้บริการสุขภาพแบบบูรณาการถึงในชุมชน เพื่อให้กลุ่มเปราะบางสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ ยังมีการฝึกอบรมทันตแพทย์ให้มีความเชี่ยวชาญในการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่มีความต้องการพิเศษ
  • จัดกิจกรรมตรวจสุขภาพเชิงรุกและฝึกอบรมอาสาสมัครสาธารณสุขในชุมชน เพื่อให้พวกเขามีศักยภาพในการดูแลสุขภาพเบื้องต้น อาทิ โครงการสร้างความตระหนักเกี่ยวกับโรคหืด และการอบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR)
  • บูรณาการความรู้จากหลากหลายสาขาวิชา โดยเฉพาะด้านสังคมศาสตร์ เพื่อจัดอบรมและให้ความรู้เกี่ยวกับประเด็นทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ เช่น ปัญหาแรงงาน ครอบครัว และเพศสภาพ หลังสถานการณ์โควิด-19 เพื่อตอบสนองความต้องการที่ซับซ้อนของสังคม

3. นวัตกรรมและการบริการด้านสุขภาพเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยเทคโนโลยี

ธรรมศาสตร์ส่งเสริมนวัตกรรมและการบริการด้านสุขภาพที่ทันสมัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคม และก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางความเป็นเลิศทางการแพทย์ อาทิ

  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม AI in Med 2023 ครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นเวทีสำคัญระดับประเทศที่สำรวจนวัตกรรมและการประยุกต์ใช้ AI ในทางการแพทย์และ Digital Health เพื่อขับเคลื่อนอนาคตของระบบสาธารณสุขไทย
  • ทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรสาธารณสุขจากธรรมศาสตร์ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้บริการตรวจสุขภาพประจำปีและฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่แก่ประชาชนในหลากหลายพื้นที่ เช่น โรงงาน โรงเรียน มหาวิทยาลัย และชุมชนในจังหวัดใกล้เคียง เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพ
  • ส่งเสริมสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการจัดโครงการตรวจสุขภาพผู้สูงอายุร่วมกับกองทุนประกันสุขภาพเทศบาลเมืองลาดสวาย ซึ่งเป็นต้นแบบความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและท้องถิ่นเพื่อสุขภาวะที่ดีของประชาชน

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการสร้างเสริมสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน ด้วยการบูรณาการความรู้จากหลากหลายสาขาวิชา การบริการสังคมที่เข้าถึงชุมชน และการพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพที่ล้ำสมัย เพื่อให้ทุกคนในสังคมไทยมีสุขภาพที่แข็งแรง มีคุณภาพชีวิตที่ดี และสามารถร่วมสร้างสรรค์สังคมที่ยั่งยืนได้อย่างเต็มศักยภาพ

ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานเพื่อขจัดความยากจนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 3 (SDG 3: Good Health and Well-being) เหล่านี้ สรุปและเรียบเรียงจาก รายงานความยั่งยืนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับล่าสุด ประจำปี 2566 (Thammasat University Sustainability Report 2023)

TU Sustainability Report 2023 Recap | ธรรมศาสตร์กับการขับเคลื่อน SDG 2

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เดินหน้าขับเคลื่อนประเด็นขจัดความหิวโหยอย่างเต็มกำลัง ด้วยความเข้าใจว่าการเข้าถึงอาหารที่เพียงพอ ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยใช้การสร้างความร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งงานวิจัยเชิงลึก โครงการวิชาการบริการสังคมที่ตอบโจทย์ชุมชน และการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืนและครอบคลุมสำหรับทุกคน

1. งานวิจัยเข้มข้นตอบโจทย์ความมั่นคงทางอาหารทุกมิติ

นักวิจัยของธรรมศาสตร์ได้ผลิตผลงานวิจัยที่ครอบคลุมทุกด้านของความมั่นคงทางอาหาร เพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ตัวอย่างเช่น

  • พัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรอย่างยั่งยืน ลดการใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย และส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพในพืช อาทิ การวิจัยและประยุกต์ใช้จุลินทรีย์ในดินเพื่อปรับปรุงคุณภาพดินและเพิ่มผลผลิตพืช
  • ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีอาหาร วิจัยและพัฒนาโปรตีนทางเลือกใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการอาหารในอนาคต รวมถึงการ AI และระบบดิจิทัลมาใช้ในการประเมินผลผลิตทางการเกษตรอย่างแม่นยำ และการพัฒนานวัตกรรมเพื่อลดขยะอาหาร เช่น กระบวนการผลิตไฮโดรเจนและไบโอดีเซลจากขยะอาหาร
  • ศึกษาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อภาคการเกษตรและระบบอาหาร พร้อมพัฒนากลยุทธ์และแนวทางการปรับตัวสำหรับพื้นที่ต่างๆ อาทิ การจัดการคุณภาพน้ำในภาวะวิกฤต ระบบนิเวศชายฝั่งที่ได้รับผลกระทบ และการส่งเสริมเกษตรกรรมในเขตเมืองเพื่อเพิ่มความมั่นคงทางอาหารในครัวเรือน
  • ศึกษาเรื่องโภชนาการที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุและผู้ป่วย รวมถึงการวิเคราะห์ความเสี่ยงจากการปนเปื้อนในอาหาร และภาวะทุพโภชนาการ เพื่อนำไปสู่การพัฒนานโยบายและแนวทางปฏิบัติที่ส่งเสริมสุขภาพที่ดีของประชาชน

2. โครงการบริการสังคมที่สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนและยกระดับคุณภาพชีวิต

ธรรมศาสตร์ดำเนินโครงการบริการสังคมกว่า 23 โครงการ ที่มุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงทางอาหารและการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยร่วมมือกับคณะต่างๆ ในการสร้างพลังชุมชนและส่งเสริมปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อาทิ

  • สถาบันทรัพยากรมนุษย์จัดโครงการฝึกอบรมอาชีพให้ผู้ต้องขังหญิง โดยเน้นทักษะที่สามารถนำไปสร้างรายได้ เช่น การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูป เพื่อสร้างโอกาสและความมั่นคงทางเศรษฐกิจภายหลังพ้นโทษ
  • คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีสนับสนุนการทำธุรกิจเกษตรในท้องถิ่น อาทิ สวนบ้านนูลุงไข่ และฟาร์มเกษตรมูดิน โดยให้คำปรึกษาและส่งเสริมการจัดการธุรกิจเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกร
  • สำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงได้ให้คำปรึกษาด้านการส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูปสู่ตลาดต่างประเทศ และจัดอบรมการวางแผนการเงินและการปรับโครงสร้างหนี้แก่สหกรณ์ต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งทางการเงินของภาคเกษตรกร
  • คณะนิติศาสตร์ และคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้และความตระหนักเกี่ยวกับความสำคัญของภาคเกษตรและวิถีชีวิตชาวนา อาทิ นิทรรศการออนไลน์ “พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ” เพื่ออนุรักษ์และเผยแพร่องค์ความรู้ภูมิปัญญาไทย

3. นวัตกรรมและเทคโนโลยีช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารด้วยพลังแห่งความก้าวหน้า 

ธรรมศาสตร์นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาขับเคลื่อนการพัฒนาภาคเกษตรและสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ

  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีโรงอาหารถึง 15 แห่ง กระจายอยู่ใน 4 วิทยาเขต ที่ให้บริการอาหารราคาประหยัด (จานหลักราคาประมาณ 25-30 บาท) เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของนักศึกษาและบุคลากร นอกจากนี้ยังมีบริการน้ำดื่มฟรี และที่โดดเด่นคือ “โรงอาหารอิ่มสุข” ที่ศูนย์รังสิต ซึ่งให้บริการอาหารในราคาถูกพิเศษ (ข้าวเปล่า 5 บาท กับข้าว 10 บาท) เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพได้
  • ธรรมศาสตร์ได้ผนึกกำลังกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ Queen’s University Belfast จากสหราชอาณาจักร จัดตั้งศูนย์วิจัยร่วมด้านความมั่นคงทางอาหาร (IJC-FOODSEC) เพื่อดำเนินการวิจัยเชิงลึกด้านความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันจะนำไปสู่แนวทางแก้ไขปัญหาระดับภูมิภาค
  • แพลตฟอร์ม Blockchain TraceThai.com ที่พัฒนาโดยสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ แพลตฟอร์มนี้มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือในห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรอินทรีย์ของไทย ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน ด้วยการบูรณาการความรู้จากหลากหลายสาขาวิชา การบริการสังคมที่เข้าถึงและสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้ทุกคนในสังคมสามารถเข้าถึงอาหารที่เพียงพอ ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการมีคุณภาพชีวิตที่ดีและสังคมที่ยั่งยืน

ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานเพื่อขจัดความยากจนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อที่ 2 (SDG 2: No Hunger) เหล่านี้ สรุปและเรียบเรียงจาก รายงานความยั่งยืนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับล่าสุด ประจำปี 2566 (Thammasat University Sustainability Report 2023)

TU Sustainability Report 2023 Recap | ธรรมศาสตร์กับการขับเคลื่อน SDG 1

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้ความสำคัญกับประเด็นการขจัดความยากจน โดยใช้ความรู้ความสามารถและทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ผ่านการดำเนินงาน 3 ด้านหลัก ได้แก่ งานวิจัย งานบริการวิชาการและการสร้างความร่วมมือ เพื่อนำพาสังคมไทยสู่ความเท่าเทียมและยั่งยืน

1. งานวิจัยทางวิชาการเพื่อแก้ปัญหาความยากจนหลากหลายมิติ 

ธรรมศาสตร์มุ่งมั่นศึกษาและวิจัยประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการขจัดความยากจนและการพัฒนาสวัสดิการสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยครอบคลุมหัวข้อสำคัญดังนี้

  • ศึกษาและวิเคราะห์นโยบายเศรษฐกิจและสังคมที่มีผลต่อการลดความยากจนและความเหลื่อมล้ำ เช่น การวิเคราะห์นโยบายที่สอดคล้องกับ SDG 1 และการศึกษาความเหลื่อมล้ำทางรายได้ในตลาดแรงงาน
  • สำรวจอุปสรรคในการเข้าถึงบริการสุขภาพของกลุ่มเปราะบาง เช่น แรงงานนอกระบบและผู้อพยพ เพื่อเสนอแนวทางแก้ไขที่ตรงจุด
  • ศึกษาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อชุมชนรายได้น้อย และพัฒนาแนวทางการปรับตัวเพื่อลดความเปราะบางและความยากจน
  • ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อระบุพื้นที่ยากจน และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงอาชีพและการมีงานทำ

2. โครงการบริการสังคมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของชุมชน

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ดำเนินโครงการบริการวิชาการที่หลากหลาย เพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน และช่วยลดความยากจนในหลายมิติ ผ่านความร่วมมือของคณะต่างๆ ตัวอย่างเช่น

  • คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ดำเนินโครงการ “นโยบายสวัสดิการเด็กและครอบครัว” และ “ครอบครัวสุขสันต์ ลูกรักเป็นสุข” เพื่อให้ความรู้และทักษะแก่บุคลากรในชุมชน ในการช่วยเหลือเด็ก ครอบครัว และกลุ่มครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว
  • คณะเศรษฐศาสตร์จัดสัมมนาสาธารณะในหัวข้อเกี่ยวกับผลกระทบของเงินอุดหนุนเด็กต่อสุขภาพของเด็กยากจน และการพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมที่ยั่งยืน
  • สำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงจัดอบรมให้ความรู้ด้านการวางแผนการเงินและการปรับโครงสร้างหนี้แก่สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจระดับฐานราก
  • วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ดำเนินโครงการ “กองทุนสวัสดิการชุมชน” เพื่อสร้างการเชื่อมโยงระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม ในการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางทางการเงิน

3. ความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง

ธรรมศาสตร์มุ่งมั่นสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานและภาคส่วนต่างๆ เพื่อขยายผลการดำเนินงานและสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้างยิ่งขึ้น ตัวอย่างโครงการที่น่าสนใจ ได้แก่

  • “ธรรมศาสตร์โมเดล” เป็นโครงการความร่วมมือที่ดำเนินงานต่อเนื่องมา 15 ปี ร่วมกับสมาคมเพื่อนชุมชน และบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ (เช่น PTT Group, BLCP, Dow Thailand) เพื่อสนับสนุนและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง
  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ร่วมมือกับศูนย์พัฒนาชุมชนและหน่วยงานภาครัฐในท้องถิ่น เปิดแพลตฟอร์มร้านค้าออนไลน์  “TU to Share Online Shop” เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดและกระจายสินค้าให้กับผู้ผลิตรายย่อยและสินค้าชุมชน ทำให้พวกเขาสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขวางขึ้น

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งมั่นที่จะนำความรู้ความเชี่ยวชาญ และทรัพยากรที่มีอยู่ มาใช้เพื่อขจัดความยากจน สร้างสังคมที่เท่าเทียม และพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเน้นการทำงานร่วมกับชุมชนและภาคส่วนต่างๆ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนสำหรับทุกคน

ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานเพื่อขจัดความยากจนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อที่ 1 (SDG 1: No Poverty) เหล่านี้ สรุปและเรียบเรียงจาก รายงานความยั่งยืนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับล่าสุด ประจำปี 2566 (Thammasat University Sustainability Report 2023)

About Thammasat University

Thammasat University (TU), established in 1934, is Thailand’s second-oldest university, renowned for its dedication to democracy, social justice, and public service. Initially named the University of Moral and Political Sciences, TU was founded to educate the Thai people on democratic principles following the 1932 revolution. Over the years, it expanded into a comprehensive institution, earning the title “the university for the people.”

Since the 1980s, Thammasat has broadened its academic scope, becoming a leader in research and innovation. The university has earned numerous international awards for its contributions in health, medicine, industry, and communication.

As of the 2023 academic year, Thammasat serves 38,592 individuals, including 29,481 students and 9,411 staff members. The university operates across four campuses: Thaprachan (located in Bangkok, focusing on social sciences and graduate programmes), Rangsit (located in Pathum Thani, covering all faculties across social sciences, science and technology, and medical sciences), Pattaya (located in Chonburi, focusing on industrial development), and Lampang (located in the Northern region, focusing on law, social administration, and health). TU offers 271 academic programs across 305 disciplines at undergraduate, graduate diploma, master’s, and doctoral levels, organized into 31 faculties, colleges and institutes.

Thammasat is committed to maintaining international academic standards while adapting its curricula to meet national and regional needs, particularly within the ASEAN context. The university’s mission emphasizes cultivating ethical leadership, community service, and social responsibility, preparing graduates to contribute to both Thai society and the global community. Thammasat continues to play a pivotal role in shaping the future of education, research, and society, with a strong focus on social responsibility and ethical leadership. As its motto states, “I love Thammasat because Thammasat teaches me to love the people.”