TU Sustainability Report 2023 Recap | ธรรมศาสตร์กับการขับเคลื่อน SDG 17

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งมั่นอย่างเป็นรูปธรรมในการสร้างความร่วมมือเพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เราเชื่อว่าการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนระดับโลกต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จึงได้ใช้ความรู้ความสามารถและทรัพยากรที่มีอยู่ผ่านการดำเนินงาน 3 ด้านหลัก ได้แก่ งานวิจัย งานบริการวิชาการเพื่อสังคม และการสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนไปพร้อมกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ

1. งานวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้เพื่อความร่วมมือระดับโลก

คณาจารย์และนักวิชาการของธรรมศาสตร์ได้สร้างสรรค์ผลงานวิจัยที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญเพื่อขับเคลื่อน SDG 17 โดยเน้นการสร้างองค์ความรู้ที่ส่งเสริมการทำงานร่วมกัน อาทิ

  • ศึกษาและวิเคราะห์แนวทางการสร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน สาธารณสุข การพัฒนา การศึกษา และการสร้าง ความยืดหยุ่นของชุมชน เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาสังคม
  • มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการรับมือกับความท้าทายต่างๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • ศึกษาและวิเคราะห์แนวทางในการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางการค้าและการพัฒนาข้ามพรมแดนภายในภูมิภาคอาเซียนและอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาค

2. โครงการบริการสังคมเพื่อสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาชุมชน

ธรรมศาสตร์ดำเนินโครงการบริการสังคมกว่า 40 โครงการ ที่มุ่งสร้างความร่วมมือข้ามภาคส่วนและความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อนำองค์ความรู้ไปสร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับปฏิบัติ ตัวอย่างโครงการที่น่าสนใจ ได้แก่

  • คณะรัฐศาสตร์ดำเนินโครงการ “การมีส่วนร่วมของประชาชนในการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้” ซึ่งเป็นโครงการที่ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาสังคม และประชาชน เพื่อร่วมกันสร้างสันติสุขในพื้นที่
  • วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ จัดการบรรยายในหัวข้อต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม
  • สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา และคณะนิติศาสตร์ จัดโครงการที่มุ่งเน้น ความร่วมมือระดับภูมิภาค ในประเด็นสำคัญต่างๆ เช่น กฎหมาย เศรษฐกิจ และสังคม เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ
  • สำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงเป็นผู้นำในการเสวนาและจัดกิจกรรมด้าน นวัตกรรม โดยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาควิชาการ ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมของประเทศ

3. ความร่วมมือระดับนานาชาติพร้อมขยายผลสู่เวทีโลก

ธรรมศาสตร์มีส่วนร่วมในความร่วมมือระดับนานาชาติที่หลากหลาย เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกับประชาคมโลก อาทิ

  • ธรรมศาสตร์ได้รับเกียรติให้เป็น เจ้าภาพระดับชาติของเครือข่าย SDSN Thailand (Sustainable Development Solutions Network Thailand) ซึ่งเป็นบทบาทสำคัญในการประสานงานและมีส่วนร่วมในการประเมินความก้าวหน้า SDG ของประเทศไทยในภาพรวม
  • การจัด Workshop ออนไลน์นานาชาติ ภายใต้โครงการ KASpaces ซึ่งเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก
  • มหาวิทยาลัยมีส่วนร่วมในโครงการ AREA Need ที่ช่วยระบุความต้องการในท้องถิ่นและช่องว่างความรู้ เพื่อพัฒนากลยุทธ์การระดมทุนงานวิจัยเพื่อการพัฒนาภูมิภาคที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงความต้องการของชุมชนเข้ากับศักยภาพการวิจัยเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการสร้างความร่วมมือเพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยการบูรณาการความรู้จากหลากหลายสาขาวิชา การบริการสังคมที่สร้างผลกระทบในระดับปฏิบัติ และความร่วมมือระดับนานาชาติที่เข้มแข็ง เพื่อร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและสมดุลสำหรับทุกคนบนโลก

ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานเพื่อขจัดความยากจนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 17 (SDG 17: Partnerships for the Goals) เหล่านี้ สรุปและเรียบเรียงจาก รายงานความยั่งยืนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับล่าสุด ประจำปี 2566 (Thammasat University Sustainability Report 2023)

TU Sustainability Report 2023 Recap | ธรรมศาสตร์กับการขับเคลื่อน SDG 16

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งมั่นอย่างรอบด้านในการสร้างสังคมสงบสุข ยุติธรรม และมีสถาบันที่เข้มแข็ง เราตระหนักว่าสันติภาพ ความยุติธรรม และธรรมาภิบาลเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืนและประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง จึงได้ใช้ความรู้ความสามารถและทรัพยากรที่มีอยู่ผ่านการดำเนินงาน 3 ด้านหลัก ได้แก่ งานวิจัย งานบริการวิชาการเพื่อสังคม และการมีส่วนร่วมทางการเมือง เพื่อร่วมสร้างสังคมที่ทุกภาคส่วนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขและเท่าเทียม

1. งานวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้เพื่อสังคมสงบสุขและยุติธรรม

คณาจารย์และนักวิชาการของธรรมศาสตร์ได้สร้างสรรค์ผลงานวิจัยที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญเพื่อขับเคลื่อน SDG 16 โดยเน้นการสร้างองค์ความรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาสังคม อาทิ

  • ศึกษาเกี่ยวกับกลไกธรรมาภิบาลในประเทศไทย โดยเน้นที่ความโปร่งใสของภาครัฐ การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในกระบวนการตัดสินใจ และการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการที่ดี
  • ศึกษาประเด็นสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิง กลุ่ม LGBTQ+ และกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มักเผชิญกับการเลือกปฏิบัติ เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
  • วิจัยเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขความขัดแย้งและความแตกแยกทางการเมือง โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมสันติภาพผ่านการพูดคุยและสร้างความเข้าใจร่วมกันในสังคม
  • ศึกษากฎหมายที่มุ่งเน้นการปรับปรุงระบบยุติธรรมและการคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง เช่น การนำแนวคิดความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์มาใช้กับวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง (Hate Speech) และการพัฒนากฎระเบียบเพื่อคุ้มครองเหยื่อความรุนแรงทางเพศ
  • วิจัยบทบาทของเยาวชนในการขับเคลื่อนสังคมและการมีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมือง เพื่อส่งเสริมการพัฒนาประชาธิปไตยจากฐานราก

2. โครงการบริการสังคมช่วยสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนและส่งเสริมความยุติธรรม

ธรรมศาสตร์ดำเนินโครงการบริการสังคมกว่า 70 โครงการ เพื่อส่งเสริมความยุติธรรม สันติภาพ และสถาบันที่เข้มแข็ง โดยร่วมมือกับหลากหลายคณะเพื่อสร้างผลกระทบที่เป็นรูปธรรมในชุมชน:

  • คณะนิติศาสตร์ และคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์จัดสัมมนาเกี่ยวกับสิทธิของผู้ต้องขังและการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในกระบวนการยุติธรรม นอกจากนี้ ยังเปิดหลักสูตรด้านการบริหารภาครัฐและนโยบายสังคม เพื่อพัฒนาบุคลากรที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนสังคม
  • วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์จัดอบรมด้านจริยธรรมในการพัฒนา เพื่อปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมในการดำเนินงานพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ
  • คณะรัฐศาสตร์จัดเวที “การมีส่วนร่วมของประชาชนในการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย” เพื่อส่งเสริมการพูดคุยและระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปสู่สันติสุขที่ยั่งยืนในพื้นที่

3. การส่งเสริมความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมทางการเมือง

ธรรมศาสตร์มุ่งมั่นในการเป็นต้นแบบของความซื่อสัตย์สุจริตและความโปร่งใส ทั้งยังเป็นพื้นที่สำหรับการมีส่วนร่วมทางการเมืองที่สร้างสรรค์ ผ่านการดำเนินงานดังต่อไปนี้

  • มหาวิทยาลัยได้จัดทำและดำเนินการตามแผนปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (พ.ศ. 2566-2570) อย่างเคร่งครัด เพื่อส่งเสริมธรรมาภิบาล ลดความเสี่ยงในการทุจริต และปลูกฝังวัฒนธรรมแห่งความซื่อสัตย์สุจริตภายในองค์กร
  • มหาวิทยาลัยจัดให้มีพื้นที่และจัดการอภิปรายระหว่างผู้แทนพรรคการเมืองและนักเคลื่อนไหวในช่วงการเลือกตั้งเดือนพฤษภาคม 2566 เพื่อส่งเสริมการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรีและสร้างสรรค์ในประเด็นทางการเมืองที่สำคัญ
  • จัดกิจกรรมโครงการคลินิกกฎหมายเคลื่อนที่ให้ความรู้และคำปรึกษาทางกฎหมายแก่ชุมชนต่างๆ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิและความรับผิดชอบทางกฎหมายของตนเองได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นการส่งเสริมความยุติธรรมในระดับรากหญ้า

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการสร้างสังคมสงบสุข ยุติธรรม และมีสถาบันที่เข้มแข็ง ด้วยการบูรณาการความรู้จากหลากหลายสาขาวิชา การบริการสังคมที่สร้างผลกระทบในวงกว้าง และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เพื่อร่วมสร้างอนาคตที่ดีและเป็นธรรมสำหรับทุกคนในประเทศไทย

ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานเพื่อขจัดความยากจนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 16 (SDG 16: Peace, Justice and Strong Institution) เหล่านี้ สรุปและเรียบเรียงจาก รายงานความยั่งยืนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับล่าสุด ประจำปี 2566 (Thammasat University Sustainability Report 2023)

TU Sustainability Report 2023 Recap | ธรรมศาสตร์กับการขับเคลื่อน SDG 15

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งมั่นอย่างจริงจังที่จะอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน เราตระหนักว่าผืนป่าและระบบนิเวศบนบกเป็นแหล่งรวมความหลากหลายทางชีวภาพและเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต จึงได้ใช้ความรู้ความสามารถและทรัพยากรที่มีอยู่ ผ่านการดำเนินงาน 3 ด้านหลัก ได้แก่ งานวิจัย งานบริการวิชาการเพื่อสังคม และการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ เพื่อร่วมปกป้องและฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติของประเทศ

1. งานวิจัยเพื่อไขความลับแห่งชีวิตบนบกเพื่อการอนุรักษ์

คณาจารย์และนักวิชาการของธรรมศาสตร์ได้ผลิตผลงานวิจัยที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญเพื่อขับเคลื่อน SDG 15 โดยเน้นการสร้างองค์ความรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการอนุรักษ์และจัดการระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน อาทิ

  • ศึกษาและวิจัยชนิดพันธุ์พืชและสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ พืชสมุนไพรที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจและสุขภาพ รวมถึงระบบนิเวศท้องถิ่นต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจความสำคัญและหาแนวทางในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพให้คงอยู่
  • ตรวจสอบว่าการจัดการการใช้ที่ดินในรูปแบบต่างๆ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของระบบนิเวศอย่างไร และมีส่วนช่วยในการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างไร เช่น บทบาทของป่าไม้ในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์
  • วิจัยแนวทางการปรับปรุงคุณภาพดินโดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และการจัดการศัตรูพืชทางการเกษตรอย่างยั่งยืนเพื่อลดการใช้สารเคมี นอกจากนี้ยังมีการศึกษาการฟื้นฟูชีวภาพ (Bioremediation) โดยใช้พืชพื้นเมืองเพื่อกำจัดสารปนเปื้อนออกจากดินและน้ำ ซึ่งเป็นแนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

2. โครงการบริการสังคมที่มุ่งเน้นสร้างความยั่งยืนให้ผืนป่าด้วยพลังชุมชน

ธรรมศาสตร์ดำเนินโครงการบริการสังคม 9 โครงการ ที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยร่วมมือกับหลากหลายคณะเพื่อสร้างความตระหนักและการมีส่วนร่วมในชุมชน ตัวอย่างโครงการที่น่าสนใจ ได้แก่

  • คณะนิติศาสตร์จัดสัมมนาในหัวข้อสำคัญ อาทิ “ป่าชายเลน: ความสำคัญและความท้าทายกับภาษีที่ดิน” เพื่อให้ความรู้ทางกฎหมายเกี่ยวกับความสำคัญของป่าชายเลนและผลกระทบจากนโยบายภาษีที่ดิน รวมถึงสัมมนา “ข้อพิพาทและแนวทางแก้ไขปัญหาการสูญเสียที่ดินชายฝั่ง” ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศชายฝั่ง
  • สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) จัด Workshop ในหัวข้อ “ภัยพิบัติทางธรรมชาติและวิศวกรรมโยธา: หลักการของวิศวกรรมโครงสร้างเพื่อความยืดหยุ่นต่อแผ่นดินไหว” เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการออกแบบโครงสร้างที่ทนทานต่อภัยธรรมชาติ
  • คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา จัดนิทรรศการ “PRIMATES and ME: เรียนรู้วานรเพื่อเข้าใจมนุษย์” ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ช่วยสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของสัตว์ป่าและความหลากหลายทางชีวภาพ
  • คณะรัฐศาสตร์ดำเนินการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเกี่ยวกับการจัดการน้ำและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ โดยทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นเพื่อพัฒนาแนวทางการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืน

3. โครงการและการดำเนินงานเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกและลงมืออนุรักษ์

ธรรมศาสตร์มีโครงการและการดำเนินงานที่ส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นรูปธรรมภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย เช่น

  • มหาวิทยาลัยได้ร่วมมือกับ สมาคมรุกขกรรมไทย และ มูลนิธิ Big Trees จัดตั้ง Thammasat Tree Academy ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรด้านรุกขกรรม เพื่อให้มีความรู้และทักษะในการดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่และจัดการพื้นที่สีเขียวอย่างถูกหลักวิชาการ
  • วิทยาเขตลำปางดำเนินงานโครงการ Sustainable Land and Water Management Project ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งเน้นการจัดการที่ดินและน้ำอย่างยั่งยืนในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อเป็นต้นแบบของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในระดับภูมิภาค

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน ด้วยการบูรณาการความรู้จากหลากหลายสาขาวิชา การบริการสังคมที่สร้างผลกระทบในวงกว้าง และโครงการที่ส่งเสริมการอนุรักษ์ต้นไม้และทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนของผืนป่าไทย และเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์ระบบนิเวศบนบกของโลก

ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานเพื่อขจัดความยากจนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 15 (SDG 15: Life on Land) เหล่านี้ สรุปและเรียบเรียงจาก รายงานความยั่งยืนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับล่าสุด ประจำปี 2566 (Thammasat University Sustainability Report 2023)

TU Sustainability Report 2023 Recap | ธรรมศาสตร์กับการขับเคลื่อน SDG 14

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งมั่นอย่างจริงจังที่จะอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน เราตระหนักว่าท้องทะเลคือแหล่งทรัพยากรที่สำคัญและระบบนิเวศที่มีความเปราะบาง จึงได้ใช้ความรู้ความสามารถและทรัพยากรที่มีอยู่ ผ่านการดำเนินงาน 3 ด้านหลัก ได้แก่ งานวิจัย งานบริการวิชาการเพื่อสังคม และการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อปกป้องและฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลให้คงอยู่อย่างสมบูรณ์สำหรับคนรุ่นต่อไป

1. งานวิจัยเพื่อไขความลับแห่งชีวิตใต้ทะเลเพื่อการอนุรักษ์

คณาจารย์และนักวิชาการของธรรมศาสตร์ได้สร้างสรรค์ผลงานวิจัยที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญเพื่อขับเคลื่อน SDG 14 โดยเน้นการสร้างองค์ความรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน ตัวอย่างเช่น

  • ศึกษาการปนเปื้อนของไมโครพลาสติกในสภาพแวดล้อมทางน้ำอย่างละเอียด โดยเน้นที่การแพร่กระจาย การกระจายตัว และการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลของไมโครพลาสติก รวมถึงวิเคราะห์ผลกระทบเชิงลึกต่อระบบนิเวศทางทะเลและสุขภาพของมนุษย์ เพื่อหาแนวทางลดและจัดการปัญหามลพิษนี้
  • ตรวจสอบพารามิเตอร์ที่ใช้วัดคุณภาพน้ำที่สำคัญ เช่น โลหะหนัก ไนเตรต และมลพิษอุบัติใหม่ (Emerging Pollutants) เพื่อเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์มลพิษในแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อการปกป้องชีวิตสัตว์น้ำ
  • วิจัยแนวทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเพิ่มผลผลิต ตัวอย่างเช่น ระบบการนำสารอาหารกลับมาใช้ใหม่ (Recirculating Aquaculture Systems) การตรวจสอบคุณภาพน้ำอัตโนมัติ และนวัตกรรมอาหารสัตว์ เพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารทะเล
  • ประเมินความเปราะบางของพื้นที่ชายฝั่งต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น และสภาพอากาศที่รุนแรง เพื่อพัฒนาแนวทางในการปรับตัวและสร้างความยืดหยุ่นให้กับระบบนิเวศชายฝั่ง
  • วิจัยชีววิทยาเฉพาะชนิดของสัตว์น้ำ เช่น ชีววิทยาการสืบพันธุ์ เพื่อทำความเข้าใจวงจรชีวิตและการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล นอกจากนี้ ยังศึกษาประโยชน์ทางนิเวศวิทยาของป่าชายเลน ซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำและแนวป้องกันชายฝั่งที่สำคัญ

2. โครงการบริการสังคมที่ช่วยสร้างความยั่งยืนให้ท้องทะเลโดยอาศัยพลังชุมชน

ธรรมศาสตร์ดำเนินโครงการบริการสังคมที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน โดยร่วมมือกับหลากหลายคณะเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนชายฝั่ง โดยมีตัวอย่างที่น่าสนใจ ได้แก่

  • คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีดำเนินโครงการ “พัฒนาวิสาหกิจชุมชนนวัตกรรมศูนย์การเรียนรู้เพาะเลี้ยงสาหร่ายทะเลวัดพลา” เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนชายฝั่งผ่านการเพาะเลี้ยงสาหร่ายทะเลอย่างยั่งยืน และสร้างศูนย์การเรียนรู้ให้แก่ชุมชน
  • คณะนิติศาสตร์จัดสัมมนาในหัวข้อ “ข้อพิพาทและแนวทางแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินชายฝั่ง” เพื่อให้ความรู้ทางกฎหมายและหาแนวทางแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ชายฝั่ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตของชุมชน

3. การรณรงค์และการมีส่วนร่วมเพื่อปลุกจิตสำนึกเพื่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล

ธรรมศาสตร์รณรงค์และสร้างการมีส่วนร่วมเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง เพื่อปลุกจิตสำนึกและกระตุ้นให้เกิดการลงมือทำ เช่น

  • โครงการ “พายเรือเพื่อเจ้าพระยา (Paddle for the Chao Phraya)” ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญที่มุ่งเน้นการทำความสะอาดแม่น้ำลำคลองสายหลักอย่างแม่น้ำเจ้าพระยา และสร้างความตระหนักเกี่ยวกับมลพิษพลาสติกที่ไหลลงสู่ทะเล ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่คุกคามชีวิตสัตว์น้ำ
  • โครงการ “พายเรือเพื่อบางปะกง (Paddle for Bang Pakong)” ที่ดำเนินการคล้ายคลึงกัน โดยมุ่งเน้นการทำความสะอาดแม่น้ำบางปะกง ซึ่งเป็นแหล่งเศรษฐกิจและระบบนิเวศที่สำคัญของภาคตะวันออก พร้อมทั้งส่งเสริมแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนในการจัดการทรัพยากรน้ำ
  • การท่องเที่ยวเชิงนิเวศด้วยเรือคายัค (Eco-Tourism Kayaking) ที่จัดกิจกรรมที่ผสมผสานการผจญภัยเข้ากับการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง ทำให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสความงามของธรรมชาติ และเรียนรู้ถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ไปพร้อมกัน

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน ด้วยการบูรณาการความรู้จากหลากหลายสาขาวิชา การบริการสังคมที่สร้างผลกระทบในวงกว้าง และการรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนของท้องทะเลไทยและเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์มหาสมุทรโลก

ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานเพื่อขจัดความยากจนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 14 (SDG 14: Life Below Water) เหล่านี้ สรุปและเรียบเรียงจาก รายงานความยั่งยืนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับล่าสุด ประจำปี 2566 (Thammasat University Sustainability Report 2023)

TU Sustainability Report 2023 Recap | ธรรมศาสตร์กับการขับเคลื่อน SDG 13

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งมั่นอย่างจริงจังที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เราตระหนักว่าปัญหาสภาพภูมิอากาศเป็นภัยคุกคามสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อทุกคน จึงได้ใช้ความรู้ความสามารถและทรัพยากรที่มีอยู่ ผ่านการดำเนินงาน 3 ด้านหลัก ได้แก่ งานวิจัย งานบริการวิชาการเพื่อสังคม และโครงการลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อร่วมสร้างอนาคตที่มีความสามารถในการตั้งรับปรับตัวกับวิฤตภูมิอากาศของทั้งประเทศไทยและประชาคมโลก

1. งานวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

คณาจารย์และนักวิชาการของธรรมศาสตร์ได้ผลิตผลงานวิจัยที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญเพื่อขับเคลื่อน SDG 13 โดยเน้นการสร้างองค์ความรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ตัวอย่างเช่น

  • ศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับพลังงานสะอาดแห่งอนาคต เช่น ไฮโดรเจนสีเขียว, เทคโนโลยีเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน (Waste-to-Energy), การผลิตไบโอโคล (Bio-coal) จากชีวมวล, และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนแบบกระจายศูนย์ (Distributed Renewable Energy Generators) นอกจากนี้ ยังประเมินเส้นทางสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Emissions) ภายในปี 2050 ของประเทศไทย เพื่อเป็นแนวทางในการกำหนดนโยบาย
  • วิจัยวิธีการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture and Storage: CCS) ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ เพื่อลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ
  • ศึกษาความยืดหยุ่นของเมืองและการปรับตัวต่อความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ ผ่านการจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วมอย่างยั่งยืน การประเมินความเปราะบางของพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างพื้นที่ในเมืองที่มีตั้งรับปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศได้ เพื่อลดความเสียหายจากภัยธรรมชาติ
  • เน้นการวิจัยที่ว่าพฤติกรรมศาสตร์ (Behavioral Science) สามารถส่งเสริมแนวทางปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศได้อย่างไร เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในระดับบุคคลและสังคม
  • ศึกษาผลกระทบของสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปต่อสุขภาพจิต สุขภาพทางเดินหายใจของประชาชน และผลผลิตทางการเกษตร เพื่อหาแนวทางในการป้องกันและปรับตัว

2. โครงการบริการสังคมเพื่อสร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมในชุมชน 

ธรรมศาสตร์ดำเนินโครงการบริการสังคมที่มุ่งเน้นการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศและความสามารถในการตั้งรับปรับตัว โดยร่วมมือกับหลากหลายคณะเพื่อสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในสังคม อาทิ

  • สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) จัดโครงการ “Let’s Make My EV: Chemical Engineering and Electric Vehicle Technology!” เพื่อให้ความรู้และทักษะด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการขนส่ง
  • คณะเศรษฐศาสตร์ จัดงาน Monday Brown Bag ในหัวข้อ “ยานยนต์สมัยใหม่: ความสามารถในการแข่งขันและการปรับตัวในประเทศไทย” เพื่อส่งเสริมการอภิปรายและทำความเข้าใจถึงแนวโน้มและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์พลังงานสะอาด
  • SIIT จัด Workshop ในหัวข้อ “ภัยพิบัติทางธรรมชาติและวิศวกรรมโยธา: หลักการของวิศวกรรมโครงสร้างเพื่อความยืดหยุ่นต่อแผ่นดินไหว” เพื่อเตรียมความพร้อมและเสริมสร้างความรู้ด้านการออกแบบโครงสร้างที่ทนทานต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติ

3. โครงการและการดำเนินงานมุ่งลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม

ธรรมศาสตร์มีโครงการและการดำเนินงานที่ส่งเสริมการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรมภายในมหาวิทยาลัย และเป็นแบบอย่างให้กับสังคม ได้แก่

  • โครงการ Low Emission Support Scheme (LESS) ด้วยการจัดตั้งธนาคารขยะรีไซเคิล การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ทั่ววิทยาเขต และการเปลี่ยนรถโดยสารภายในมหาวิทยาลัยเป็นรถโดยสารไฟฟ้า เพื่อลดการใช้พลังงานฟอสซิล
  • จัดการแข่งขัน Climate Action Hackathon: Small is Beautiful เพื่อระดมความคิดและนวัตกรรมใหม่ๆ ในการสร้างต้นแบบราคาประหยัดและมีผลกระทบสูงในการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ในการสร้างสรรค์แนวทางการแก้ปัญหา
  • คณะสาธารณสุขศาสตร์ มีบทบาทสำคัญในการจัดงาน International Day of Clean Air for Blue Skies (IDCABS) 2023 ที่มุ่งเน้นการสร้างความตระหนักเกี่ยวกับปัญหามลพิษทางอากาศและแนวทางการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งแสดงถึงบทบาทของธรรมศาสตร์ในการเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อม

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยการบูรณาการความรู้จากหลากหลายสาขาวิชา การบริการสังคมที่สร้างผลกระทบในวงกว้าง และโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและปลอดภัยจากผลกระทบของสภาพภูมิอากาศสำหรับทุกคน

ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานเพื่อขจัดความยากจนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 13 (SDG 13: Climate Action) เหล่านี้ สรุปและเรียบเรียงจาก รายงานความยั่งยืนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับล่าสุด ประจำปี 2566 (Thammasat University Sustainability Report 2023)

TU Sustainability Report 2023 Recap | ธรรมศาสตร์กับการขับเคลื่อน SDG 12

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งมั่นอย่างเป็นรูปธรรมในการส่งเสริมการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน เราตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการผลิตและการบริโภค เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้ใช้ความรู้ความสามารถและทรัพยากรที่มีอยู่ ผ่านการดำเนินงาน 3 ด้านหลัก ได้แก่ งานวิจัย งานบริการวิชาการเพื่อสังคม และการกำหนดนโยบายลดขยะ เพื่อสร้างสังคมที่คำนึงถึงความยั่งยืนในทุกขั้นตอน

1. งานวิจัยเป็นรากฐานสำคัญเพื่อการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน

คณาจารย์และนักวิชาการของธรรมศาสตร์ได้สร้างสรรค์ผลงานวิจัยที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญเพื่อขับเคลื่อน SDG 12 โดยเน้นการสร้างองค์ความรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง อาทิ

  • ศึกษาการรีไซเคิลผลพลอยได้จากอุตสาหกรรม เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและปรับปรุงการใช้ประโยชน์จากของเสียในการผลิตคอนกรีต รวมถึงวิจัยและพัฒนาวัสดุผสมที่ยั่งยืน (Sustainable Composites) และวัสดุรีไซเคิล (Recycled Materials) เพื่อเป็นทางเลือกในการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • ศึกษาแนวทางการลด การใช้ซ้ำ และการรีไซเคิลของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในระบบเมืองและภาคอุตสาหกรรม มีการเปรียบเทียบแนวทางการจัดการของเสียในประเทศไทยกับประเทศอื่นๆ เพื่อหาแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด รวมถึงประเมินโซลูชันการเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน (Waste-to-Energy) และตรวจสอบเทคโนโลยีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการของเสีย
  • ศึกษาว่าการดำเนินงานของห่วงโซ่อุปทานสามารถส่งเสริมการบริโภคที่ยั่งยืนได้อย่างไร โดยเน้นที่ห่วงโซ่อุปทานสีเขียว (Green Supply Chain) ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทย การจัดซื้อจัดจ้างที่ยั่งยืน (Sustainable Procurement) และการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) เพื่อเพิ่มความโปร่งใสในกระบวนการผลิตและการบริโภค
  • ศึกษาเทคโนโลยีนวัตกรรมเพื่อลดของเสีย เช่น การย่อยสลายด้วยแสง (Photocatalysis) สำหรับบำบัดน้ำเสีย, การพัฒนาไบโอโพลีเมอร์สำหรับบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, และระบบชีวเคมีไฟฟ้า (Bioelectrochemical Systems) สำหรับการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยลดของเสียและส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

2. โครงการบริการสังคมเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงสู่การปฏิบัติ

ธรรมศาสตร์ดำเนินโครงการบริการสังคมที่มุ่งเน้นการจัดการของเสียและเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยร่วมมือกับหลากหลายคณะเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคม ตัวอย่างที่น่าสนใจ ได้แก่

  • คณะนิติศาสตร์ จัดสัมมนาในหัวข้อสำคัญ อาทิ “กฎหมายอาญากับปัญหาสิ่งแวดล้อมปัจจุบัน: คิด-Share-แก้วิกฤตขยะพลาสติก” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายและกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาขยะพลาสติก
  • คณะเศรษฐศาสตร์ จัดสัมมนาชุด Monday Brown Bag 2024 #5 ในหัวข้อ “Circular Economy and EPR-Based End-of-Life Vehicle Management in Thailand” เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจหมุนเวียนและแนวคิดความรับผิดชอบที่ขยายของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility: EPR) ในการจัดการยานยนต์หมดอายุการใช้งาน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน

3. นโยบายและการดำเนินงานเพื่อสร้างวัฒนธรรมความยั่งยืนในมหาวิทยาลัย

ธรรมศาสตร์มีนโยบายและการดำเนินงานที่ส่งเสริมการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรมภายในมหาวิทยาลัย และเป็นแบบอย่างให้กับสังคม ผ่านการดำเนินงานดังนี้

  • มีนโยบายการจัดการขยะมูลฝอยที่ครอบคลุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดของมหาวิทยาลัย ตั้งแต่นักศึกษา บุคลากร ไปจนถึงร้านค้า เพื่อให้เกิดการคัดแยก ลด และรีไซเคิลขยะอย่างเป็นระบบ
  • มีนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างอย่างมีจริยธรรม จัดลำดับความสำคัญของการเป็นพันธมิตรกับบริษัทและซัพพลายเออร์ที่มุ่งมั่นในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน โดยคำนึงถึงผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน
  • มีนโยบายลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (No Single-Use Plastic) ทั่วทั้งมหาวิทยาลัยอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งร่วมมือกับพันธมิตรหลายราย เพื่อดำเนินนโยบายนี้ให้เกิดผลสำเร็จสูงสุด ลดปริมาณขยะพลาสติกที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการส่งเสริมการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน ด้วยการบูรณาการความรู้จากหลากหลายสาขาวิชา การบริการสังคมที่สร้างผลกระทบ และนโยบายที่ส่งเสริมการลดขยะและการจัดซื้อจัดจ้างอย่างมีจริยธรรม เพื่อร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและสมดุลสำหรับทุกคน

ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานเพื่อขจัดความยากจนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 12 (SDG 12: Responsible Consumption and Production) เหล่านี้ สรุปและเรียบเรียงจาก รายงานความยั่งยืนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับล่าสุด ประจำปี 2566 (Thammasat University Sustainability Report 2023)

TU Sustainability Report 2023 Recap | ธรรมศาสตร์กับการขับเคลื่อน SDG 11

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งมั่นอย่างเป็นรูปธรรมในการสร้างเมืองและชุมชนที่ยั่งยืน เราเชื่อว่าการพัฒนาเมืองต้องคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย การรักษาสิ่งแวดล้อม และการอนุรักษ์วัฒนธรรม จึงได้ใช้ความรู้ความสามารถและทรัพยากรที่มีอยู่ ผ่านการดำเนินงาน 3 ด้านหลัก ได้แก่ งานวิจัย งานบริการวิชาการเพื่อสังคม และการอนุรักษ์วัฒนธรรม เพื่อร่วมสร้างสรรค์เมืองและชุมชนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม น่าอยู่ และเท่าเทียมสำหรับทุกคน

1. งานวิจัยเป็นรากฐานสำคัญสู่การสร้างเมืองยั่งยืน

คณาจารย์และนักวิชาการของธรรมศาสตร์ได้ผลิตผลงานวิจัยที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญเพื่อสร้างเมืองที่ยั่งยืน โดยเน้นการสร้างองค์ความรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง อาทิ

  • ศึกษาผลกระทบของการเติบโตของเมืองต่อการเกิดปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง เน้นบทบาทของพื้นที่สีเขียว การออกแบบอาคารที่ส่งเสริมความเย็นสบาย และการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • ศึกษาการเข้าถึงเชิงพื้นที่และการพัฒนารอบสถานีขนส่งมวลชน โดยเน้นการบูรณาการระบบขนส่งสาธารณะเข้ากับการเดินทางที่ไม่ใช้เครื่องยนต์ เช่น การเดินและการปั่นจักรยาน เพื่อลดการใช้พลังงานและมลพิษ
  • ศึกษาการติดตามคุณภาพอากาศ รวมถึงการวิเคราะห์การสั่นสะเทือนที่เกิดจากการจราจร และการทำนายปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เพื่อนำไปสู่การกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษในเมือง
  • ศึกษาแนวทางการจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วมอย่างยั่งยืน โดยเน้นการบูรณาการแนวทางแก้ไขปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติ (Nature-based Solutions) และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • ศึกษาการออกแบบเมืองที่ครอบคลุม (Inclusive Urban Design) เช่น การวางแผนโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว สวนสาธารณะ และพื้นที่สำหรับคนพิการ เพื่อให้เมืองเป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้อย่างเท่าเทียม

2. โครงการบริการสังคมเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนและยกระดับคุณภาพชีวิต

ธรรมศาสตร์ดำเนินโครงการบริการสังคมกว่า 60 โครงการ ที่มุ่งพัฒนาเมืองและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยร่วมมือกับหลากหลายคณะเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวก ตัวอย่างงานที่น่าสนใจ ได้แก่

  • คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ จัดหลักสูตร “การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ของชุมชนท้องถิ่นด้วยคุณค่า Soft Power” เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนผ่านการท่องเที่ยวที่อนุรักษ์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม
  • คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ดำเนินโครงการ “มรดกทางดิจิทัล (Digital Heritage)” เพื่ออนุรักษ์และเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ทำให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
  • สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา จัดสัมมนาวัฒนธรรมที่หลากหลาย อาทิ สัมมนา “อาหารหลากมิติกับการเมืองวัฒนธรรมอาเซียน” เพื่อส่งเสริมความเข้าใจในความหลากหลายทางวัฒนธรรมในภูมิภาค และเชื่อมโยงกับการพัฒนาที่ยั่งยืน

3. การอนุรักษ์ศิลปะและวัฒนธรรมเพื่อสร้างคุณค่าให้เมือง

ธรรมศาสตร์ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ศิลปะและวัฒนธรรมควบคู่ไปกับการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อให้เมืองและชุมชนมีอัตลักษณ์และความเข้มแข็ง ผ่านการดำเนินงาน อาทิ

  • สถาบันไทยคดีศึกษา ส่งเสริมวัฒนธรรมและสังคมไทยผ่านงานวิจัยและกิจกรรมต่างๆ พิพิธภัณฑ์มานุษยวิทยา จัดแสดงโบราณวัตถุและจัดโปรแกรมการศึกษาเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ทางมานุษยวิทยา นอกจากนี้ คณะศิลปกรรมศาสตร์ ยังสนับสนุนชมรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับศิลปะและวัฒนธรรม เพื่อสืบสานและสร้างสรรค์งานศิลป์
  • ส่งเสริมการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัยและในชุมชน อาทิ การใช้รถโดยสารไฟฟ้า และการสนับสนุนโครงการจักรยานสาธารณะ เพื่อลดการปล่อยมลพิษและส่งเสริมสุขภาพที่ดี
  • เน้นการสร้างพื้นที่ที่สามารถเดินได้และปั่นจักรยานได้สะดวกปลอดภัย รวมถึงการมีตัวเลือกการขนส่งสาธารณะที่เข้าถึงได้ง่าย เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่สาธารณะได้อย่างเต็มที่
  • สนับสนุนการวางผังเมืองอย่างยั่งยืน รวมถึงการดำเนินโครงการปรับปรุงและพัฒนาพื้นที่สีน้ำตาล (Brownfield Development) อย่างรับผิดชอบ เพื่อฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรมให้กลับมามีชีวิตชีวาและเป็นประโยชน์ต่อชุมชน

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการสร้างเมืองและชุมชนที่ยั่งยืน ด้วยการบูรณาการความรู้จากหลากหลายสาขาวิชา การบริการสังคมที่สร้างผลกระทบในวงกว้าง การอนุรักษ์ศิลปะและวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า และการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ เพื่อสร้างอนาคตที่ดีของทุกคนในเมืองและชุมชน

ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานเพื่อขจัดความยากจนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 11 (SDG 11: Sustainable Cities and Communities) เหล่านี้ สรุปและเรียบเรียงจาก รายงานความยั่งยืนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับล่าสุด ประจำปี 2566 (Thammasat University Sustainability Report 2023)

TU Sustainability Report 2023 Recap | ธรรมศาสตร์กับการขับเคลื่อน SDG 10

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งมั่นอย่างจริงจังที่จะลดความเหลื่อมล้ำ เราเชื่อว่าการสร้างสังคมที่ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกัน เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืนและสันติสุข จึงได้ใช้ความรู้ความสามารถและทรัพยากรที่มีอยู่ ผ่านการดำเนินงาน 3 ด้านหลัก ได้แก่ งานวิจัย งานบริการวิชาการ และการกำหนดนโยบายที่เท่าเทียม เพื่อขับเคลื่อนไปสู่สังคมที่ลดช่องว่างและสร้างความเป็นธรรมสำหรับทุกคน

1. งานวิจัยเจาะลึกความเหลื่อมล้ำในหลากหลายมิติ

คณาจารย์และนักวิชาการของธรรมศาสตร์ได้สร้างสรรค์ผลงานวิจัยที่ครอบคลุมประเด็นความเหลื่อมล้ำในหลายมิติ เพื่อทำความเข้าใจสาเหตุ ผลกระทบ และแนวทางแก้ไขที่ยั่งยืน ตัวอย่างได้แก่

  • ศึกษาผลกระทบของการค้า การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และความเหลื่อมล้ำของค่าจ้างในตลาดแรงงาน รวมถึงการวิเคราะห์การแบ่งขั้วของงาน (Job Polarization) และการแบ่งแยกอาชีพตามเพศ เพื่อทำความเข้าใจกลไกที่นำไปสู่ความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจ
  • ตรวจสอบการเข้าถึงบริการสุขภาพของกลุ่มเปราะบาง อาทิ ผู้สูงอายุ ผู้อพยพ และผู้มีรายได้น้อย ซึ่งมักเผชิญกับอุปสรรคในการเข้าถึงบริการพื้นฐานที่จำเป็น เพื่อเสนอแนวทางในการสร้างระบบสุขภาพที่เท่าเทียม
  • ศึกษาปัญหาและความท้าทายของกลุ่มชายขอบในสังคม เช่น กลุ่ม LGBTQ+ (ผู้มีความหลากหลายทางเพศ) และแรงงานข้ามชาติ ในประเด็นต่างๆ อาทิ ตราบาปภายใน (Internalized Stigma) ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และการเข้าถึงบริการสุขภาพ เพื่อส่งเสริมการยอมรับและการอยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ
  • ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมกับการเผชิญกับอันตรายจากสิ่งแวดล้อม เช่น ความร้อนที่สูงขึ้นในย่านที่อยู่อาศัยของคนรายได้น้อย เพื่อหาแนวทางในการสร้างเมืองที่เท่าเทียมและยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

2. โครงการบริการสังคมเพื่อสร้างความเท่าเทียมผ่านการปฏิบัติ

ธรรมศาสตร์ดำเนินโครงการบริการสังคม 5 โครงการ ที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ำอย่างเป็นรูปธรรม โดยร่วมมือกับหลากหลายคณะเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกในชุมชน อาทิ

  • คณะทันตแพทยศาสตร์ จัดโครงการ “อบรมทันตแพทย์ปฐมภูมิเพื่อดูแลผู้ป่วยที่มีความต้องการพิเศษ” ซึ่งเป็นโครงการอบรมพัฒนาศักยภาพทันตแพทย์ผู้รับผิดชอบทันตกรรมปฐมภูมิ ทั้งในระดับหน่วยบริการปฐมภูมิและระดับอำเภอ เพื่อให้สามารถจัดบริการและดูแลรักษาผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางและผู้ที่มีปัญหาในการเข้าถึงบริการทันตกรรมได้อย่างมีคุณภาพ ครอบคลุมทันตกรรมสำหรับผู้ที่มีความต้องการพิเศษทุกกลุ่มวัย
  • คณะนิติศาสตร์จัดสัมมนาและเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อสำคัญ อาทิ “สรุปความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดการคนกลุ่มเปราะบาง” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเสวนาทางวิชาการ “สรุปความเห็นจัดการคนเปราะบาง” ผ่าน “ร่างรายงานท่าสองยางศึกษา” ครั้งที่ 2 ภายใต้โครงการ “เสวนาเพื่อคนเปราะบางเพราะตกอยู่ในสถานการณ์ไม่ปกติของมนุษย์” (ระหว่างประเทศ) เพื่อนำเสนอมุมมองและข้อเสนอแนะในการคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง
  • สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษาจัดเสวนา “กฎหมายความเท่าเทียมทางเพศ” เพื่อสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมความเข้าใจในประเด็นทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความเสมอภาคทางเพศ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม
  • วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ จัด PSDS Talk ในหัวข้อ “สมรสเท่าเทียม: พ.ร.บ. รับรองเพศ” โดยเฉพาะการเสวนาในหัวข้อ “สมรส (ต้อง) เท่าเทียม: พ.ร.บ. รับรองเพศสภาพ” เพื่อสนับสนุนการเคลื่อนไหวทางสังคมที่มุ่งสู่การรับรองสิทธิที่เท่าเทียมกันในด้านการสมรสและเพศสภาพ
  • สถาบันไทยคดีศึกษาจัดทำหนังสือเสียง “ภูมิปัญญาคัมภีร์ยาพระนารายณ์” สำหรับผู้พิการทางสายตา ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสในการเข้าถึงองค์ความรู้และวัฒนธรรมอันล้ำค่าของไทยสำหรับกลุ่มผู้พิการ

3. นโยบายและโครงการส่งเสริมความเท่าเทียมในทุกมิติของมหาวิทยาลัย

ธรรมศาสตร์มุ่งมั่นที่จะสร้างสภาพแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัยที่ส่งเสริมความเท่าเทียมและไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสในการเรียนรู้และทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ ผ่านการดำเนินการเหล่านี้

  • กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อต่อต้านการเลือกปฏิบัติและการกีดกันในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะในการศึกษาหรือการจ้างงาน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม
  • มอบทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนจากพื้นที่ชนบท ผู้มีรายได้น้อย และกลุ่มที่ด้อยโอกาส เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาในระดับอุดมศึกษา
  • อนุญาตให้นักศึกษาแต่งกายตามเพศวิถีของตนเองได้อย่างอิสระ เพื่อส่งเสริมความหลากหลายและเคารพในอัตลักษณ์ของแต่ละบุคคล พร้อมทั้งบังคับใช้กฎระเบียบที่ห้ามการคุกคาม การเลือกปฏิบัติ การกลั่นแกล้ง หรือการล่วงละเมิดทุกรูปแบบ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและยอมรับความแตกต่าง
  • จัดตั้ง ศูนย์บริการสนับสนุนนักศึกษาพิการ (DSS) เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เข้าถึงได้ เท่าเทียม และครอบคลุมสำหรับนักศึกษาพิการทุกคน โดยให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวก การสนับสนุนการเรียนรู้ และการให้คำปรึกษาที่เหมาะสม

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการลดความเหลื่อมล้ำ ด้วยการบูรณาการความรู้จากหลากหลายสาขาวิชา การบริการสังคมที่เข้าถึงและเสริมสร้างศักยภาพให้กลุ่มเปราะบาง และการกำหนดนโยบายที่ส่งเสริมความเท่าเทียม เพื่อร่วมสร้างสังคมที่เป็นธรรม และเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเติบโตและใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณค่า

ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานเพื่อขจัดความยากจนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 10 (SDG 10: Reduced Inequality) เหล่านี้ สรุปและเรียบเรียงจาก รายงานความยั่งยืนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับล่าสุด ประจำปี 2566 (Thammasat University Sustainability Report 2023)

TU Sustainability Report 2023 Recap | ธรรมศาสตร์กับการขับเคลื่อน SDG 9

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งมั่นอย่างเป็นรูปธรรมในการพัฒนาอุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน เราเชื่อว่าการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและครอบคลุมทุกคน การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยจึงครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่ งานวิจัย งานบริการวิชาการเพื่อสังคม และการพัฒนานวัตกรรม เพื่อนำประเทศไทยสู่ยุคแห่งการพัฒนาที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

1. งานวิจัยขับเคลื่อนนวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคต

คณาจารย์และนักวิชาการของธรรมศาสตร์ได้สร้างสรรค์ผลงานวิจัยที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญเพื่อขับเคลื่อน SDG 9 โดยเน้นการสร้างองค์ความรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ตัวอย่างเช่น

  • ศึกษาและวิจัยเทคโนโลยี Industry 4.0 และแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมโลหะ เพื่อลดการเกิดของเสีย เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์
  • สำรวจและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย อาทิ Smart Manufacturing Systems, การประยุกต์ใช้ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบสนับสนุนการตัดสินใจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการผลิตและลดต้นทุน นอกจากนี้ยังรวมถึงการวิจัยด้าน การผลิตแบบเติมเนื้อวัสดุ (Additive Manufacturing หรือ 3D Printing) และการเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทานด้วย IoT (Internet of Things) เพื่อสร้างความชาญฉลาดและยืดหยุ่นในภาคอุตสาหกรรม
  • ศึกษาและพัฒนาวัสดุใหม่ๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืนสูงในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เช่น คอนกรีตจีโอโพลีเมอร์ (Geopolymer Concrete) และวัสดุชีวภาพ เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการก่อสร้าง นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาการวางผังเมืองที่ยืดหยุ่น การจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีการดักจับคาร์บอน เพื่อสร้างเมืองและโครงสร้างพื้นฐานที่ตอบโจทย์ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม

2. โครงการบริการสังคมเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรมและชุมชน

ธรรมศาสตร์ดำเนินโครงการบริการสังคมกว่า 56 โครงการ ที่มุ่งส่งเสริมนวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐานในระดับชุมชนและอุตสาหกรรม โดยร่วมมือกับหลากหลายคณะเพื่อสร้างผลกระทบที่เป็นรูปธรรม อาทิ

  • จัดหลักสูตรและกิจกรรมอบรมด้าน AI และ Digital Literacy ให้แก่ประชาชนทั่วไป เพื่อเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นในยุคดิจิทัล และลดช่องว่างทางเทคโนโลยี
  • ดำเนินโครงการความร่วมมือด้านนวัตกรรม IoT (Internet of Things) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการข้อมูลในภาคการเกษตรและการผลิต ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาอุตสาหกรรมอัจฉริยะ
  • จัดอบรมเกี่ยวกับ Blockchain และ Smart Contracts ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต ที่จะช่วยเพิ่มความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจและการบริหารจัดการ
  • จัดสัมมนาในหัวข้อสำคัญ อาทิ “Toward Just Energy Transition in Thailand Logistics and Transportation Sectors” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมอภิปรายและหาแนวทางในการเปลี่ยนผ่านภาคการขนส่งสู่พลังงานสะอาดอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน

3. นวัตกรรมและการบริการเพื่อสร้างสรรค์เทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน

ธรรมศาสตร์ส่งเสริมนวัตกรรมและการบริการที่มุ่งเน้นความยั่งยืนและตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมและสังคม

  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้รับรางวัลมากมายในการประกวดนวัตกรรมนานาชาติ ITEX 2023 (International Invention, Innovation & Technology Exhibition) ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพด้านนวัตกรรมของคณาจารย์และนักวิจัย
    • Bright A Gems: พัฒนาวัสดุคอมโพสิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับอุตสาหกรรมเครื่องประดับ ซึ่งเป็นการผสมผสานนวัตกรรมเข้ากับความยั่งยืน
    • TU-SBA: เทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์อัจฉริยะ (Smart Solar-Powered Bioreactor System for Agriculture) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำในการเกษตร ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำและส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน
    • InnoMed: ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่เสริมด้วยนาโนเทคโนโลยี ซึ่งเป็นนวัตกรรมด้านสุขภาพที่ใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูง
    • Rico Fermented RD43 Rice Drink: เครื่องดื่มทางเลือกที่อุดมด้วยสารอาหารจากข้าวหมัก ซึ่งเป็นการนำวัตถุดิบทางการเกษตรมาแปรรูปเพิ่มมูลค่าและสร้างทางเลือกด้านอาหารเพื่อสุขภาพ

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการพัฒนาอุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน ด้วยการบูรณาการความรู้จากหลากหลายสาขาวิชา การบริการสังคมที่สร้างผลกระทบในวงกว้าง และการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความท้าทายด้านความยั่งยืน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับประเทศไทยและโลก

ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานเพื่อขจัดความยากจนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 9 (SDG 9: Industry, Innovation and Infrastructure) เหล่านี้ สรุปและเรียบเรียงจาก รายงานความยั่งยืนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับล่าสุด ประจำปี 2566 (Thammasat University Sustainability Report 2023)

TU Sustainability Report 2023 Recap | ธรรมศาสตร์กับการขับเคลื่อน SDG 8

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งมั่นอย่างจริงจังที่จะส่งเสริมงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน เราตระหนักว่าการสร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็งและครอบคลุมเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ จึงได้ใช้ความรู้ความสามารถและทรัพยากรที่มีอยู่ผ่านการดำเนินงาน 3 ด้านหลัก ได้แก่ งานวิจัย งานบริการวิชาการเพื่อสังคม และการพัฒนาบุคลากร เพื่อร่วมสร้างอนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนสำหรับทุกคน

1. งานวิจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ยั่งยืนด้วยองค์ความรู้เชิงลึก

คณาจารย์และนักวิชาการของธรรมศาสตร์ได้ผลิตผลงานวิจัยที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและตอบโจทย์ความท้าทายในปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น

  • ศึกษาการปรับเปลี่ยนทักษะที่จำเป็นตามพลวัตของตลาดแรงงาน การแบ่งขั้วของงาน (Job Polarization) และผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจในประเทศไทย เพื่อให้สามารถวางแผนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างเหมาะสม
  • เน้นบทบาทของการศึกษาในการบ่มเพาะความตั้งใจในการเป็นผู้ประกอบการ โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนและกลุ่มเปราะบาง เพื่อสร้างโอกาสในการสร้างงานและกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจจากฐานราก
  • ตรวจสอบความเหลื่อมล้ำทางค่าจ้าง ความเปราะบางของภาคส่วนต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติ (เช่น โควิด 19) และผลกระทบของการหยุดชะงักทางเศรษฐกิจ เพื่อหาแนวทางการฟื้นฟูและสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจในอนาคต
  • ศึกษาว่านโยบายเศรษฐกิจ การเปิดเสรีทางการค้า และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน จะสามารถส่งเสริมการจ้างงานที่ยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจดำเนินไปพร้อมกับการดูแลสิ่งแวดล้อม
  • วิจัยช่องว่างค่าจ้างระหว่างเพศ การแบ่งแยกอาชีพตามเพศ และสภาพการทำงานของผู้หญิง เพื่อนำไปสู่การกำหนดนโยบายที่ส่งเสริมความเท่าเทียมและยุติธรรมในตลาดแรงงาน

2. โครงการบริการสังคมเพื่อสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้ชุมชน

ธรรมศาสตร์ดำเนินโครงการบริการสังคมกว่า 118 โครงการ ที่มุ่งส่งเสริมงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยร่วมมือกับหลากหลายคณะเพื่อสร้างผลกระทบที่เป็นรูปธรรมในชุมชน ตัวอย่างที่น่าสนใจ เช่น

  • คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีจัดฝึกอบรมเฉพาะทางด้านการวิเคราะห์ทางการเงิน การวิจัยตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการจัดการการเงิน เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะที่จำเป็นในการดำเนินธุรกิจให้กับผู้ประกอบการในท้องถิ่น
  • สถาบันทรัพยากรมนุษย์ฝึกอบรมอาชีพและทักษะที่จำเป็นให้แก่กลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้ต้องขัง เพื่อเพิ่มโอกาสในการกลับคืนสู่สังคมและมีงานทำที่มีคุณค่าภายหลังพ้นโทษ
  • คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงจัดอบรมให้ความรู้ด้านการวางแผนการเงินส่วนบุคคล การปรับโครงสร้างหนี้ และการบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงทางการเงิน
  • คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ และวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์จัดสัมมนาและเวทีแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับการจัดการเศรษฐกิจและสังคม เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและศักยภาพในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมในระดับชุมชน

3. การพัฒนาบุคลากรเพื่อสร้างรากฐานสู่การเติบโตที่ยั่งยืน 

ธรรมศาสตร์ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและศักยภาพของบุคลากรภายในมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรและสร้างประโยชน์ต่อสังคม อาทิ

  • มอบสวัสดิการที่ครอบคลุมแก่พนักงานทุกประเภท ตั้งแต่ประกันสังคม ประกันสุขภาพและชีวิต ไปจนถึงความช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัย กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และการสนับสนุนการศึกษา ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นคงและความผาสุกในการทำงาน
  • สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ผ่านการจัดตั้งคณะกรรมการความปลอดภัยในแต่ละคณะและหน่วยงาน เพื่อติดตามและประเมินอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ติดตามเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ และบังคับใช้ระเบียบปฏิบัติด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจว่าบุคลากรทำงานในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการผลิตงานที่มีคุณภาพ
  • แต่ละหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยพัฒนาโปรแกรมการฝึกอบรมที่หลากหลายและต่อเนื่อง ซึ่งไม่เพียงมุ่งเน้นความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน แต่ยังรวมถึงการเพิ่มพูนทักษะ (Upskilling) และการพัฒนาอาชีพเพื่อให้บุคลากรมีความรู้ความสามารถที่ทันสมัยและสามารถก้าวหน้าในสายอาชีพได้

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการส่งเสริมงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ด้วยการบูรณาการความรู้จากหลากหลายสาขาวิชา การบริการสังคมที่สร้างผลกระทบในวงกว้าง และการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในทุกมิติ

ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานเพื่อขจัดความยากจนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 8 (SDG 8: Decent Work and Economic Growth) เหล่านี้ สรุปและเรียบเรียงจาก รายงานความยั่งยืนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับล่าสุด ประจำปี 2566 (Thammasat University Sustainability Report 2023)