ธรรมศาสตร์เดินหน้าขับเคลื่อนเป้าหมาย SDGs ในฐานะตัวแทนภาควิชาการ ผ่านเวทีประชุมระดับโลก HLPF 2025
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เดินหน้าตอกย้ำสนับสนุนการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) จากภาควิชาการ โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ชล บุนนาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move) คณะเศรษฐศาสตร์ ได้รับเกียรติเป็นหนึ่งในคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมเวทีหารือทางการเมืองระดับสูงว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน ประจำปี 2025 (HLPF 2025) ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา
การเข้าร่วมครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อนำเสนอรายงานผลการทบทวนการดำเนินงานตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน 2030 ระดับชาติโดยสมัครใจของไทย (Voluntary National Review: VNR) ซึ่งบทบาทของ SDG Move ในการจัดทำและนำเสนอรายงานฉบับนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการผนวกมุมมองจากภาควิชาการและภาคประชาสังคมในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของประเทศ
ในโอกาสนี้ ผศ.ชล บุนนาค ได้นำเสนอเนื้อหาสำคัญที่สะท้อนถึงความก้าวหน้าและข้อท้าทายในการขับเคลื่อน SDGs ในบริบทของไทย โดยระบุว่า SDGs เป็นพลังสำคัญที่ช่วยผนึกรวมทุกภาคส่วน ทั้งจากภาคธุรกิจ สถาบันการเงิน และภาคการศึกษา ดังจะเห็นได้จากมหาวิทยาลัยไทยกว่า 83 แห่งที่เข้าร่วมการจัดอันดับ Times Higher Education Impact Ranking โดยมีถึง 5 แห่งติดอันดับ 100 ของโลก อย่างไรก็ตาม ยังคงมีช่องว่างอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอภิปรายเกี่ยวกับ SDGs ภายในระบบรัฐสภาที่ยังจำกัด
ในการนำเสนอ ผศ.ชล ยังได้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นของการพัฒนาในอนาคต โดยมีข้อเสนอแนะที่สำคัญ 3 ประการ ได้แก่
- ควรใช้กรอบการทำงานของ SDGs เป็นเครื่องมือในการสร้างความเข้าใจประเด็นที่ซับซ้อน และเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการสนทนาเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน
- เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการกระจายศูนย์องค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสมไปสู่ท้องถิ่น และเสนอให้รื้อฟื้นโครงการวิจัยเพื่อท้องถิ่น (Community-Based Research) ซึ่งจะช่วยเสริมพลังให้ชุมชนสามารถแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง
- สร้างแพลตฟอร์มที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนและองค์กรภาคประชาสังคมอย่างมีความหมาย เพื่อให้สามารถร่วมออกแบบนโยบายและบูรณาการข้อมูลจากภาคประชาชนเข้าสู่การประเมินผลได้อย่างเป็นทางการ
นอกจากนี้ ในกระบวนการรวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำรายงาน VNR 2025 ทาง SDG Move ยังมีบทบาทสำคัญในการรวบรวมข้อประเมินและข้อเสนอแนะจาก 2 ภาคส่วนหลัก ได้แก่ ภาคประชาสังคม และ ภาควิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) โดยร่วมมือกับทั้งกรมองค์การระหว่างประเทศและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.) จัดการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั่วประเทศ
บทบาทสำคัญในเวทีระดับโลกของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำทางความคิดและสร้างองค์ความรู้เพื่อสังคม พร้อมทั้งสะท้อนถึงการผนึกกำลังจากทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทยให้สำเร็จ





