มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขับเคลื่อน “ยุทธศาสตร์ที่ 3 ว่าด้วยการสร้างความสุขและความยั่งยืนให้กับประชาคม” โดยแปลงนโยบายลงสู่การปฏิบัติผ่านงานของสำนักงานบริหารกายภาพและบริการกลาง เป้าหมายหลักคือการบริหารจัดการพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานทุกวิทยาเขตให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และรองรับวิถีชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งหลายโครงการได้ดำเนินการเสร็จสิ้นและเปิดใช้งานจริงแล้วในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา
ลดละเลิกการใช้พลังงานเกินความจำเป็น
เริ่มต้นจากระบบไฟส่องสว่าง กองบริหารศูนย์ท่าพระจันทร์ได้ดำเนินการเปลี่ยนโคมไฟสปอทไลต์ของสนามฟุตบอลจากหลอด HID ขนาด 2000 วัตต์ มาเป็นเทคโนโลยีโคมไฟ LED Flood Light ขนาด 1200 วัตต์ ที่สามารถส่องสว่างพื้นที่กว้างด้วยมุมกระจายแสงกว้างขวางและสม่ำเสมอ ช่วยประหยัดพลังงาน และให้ความสว่างสูง ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 498,085 บาท ทำให้ระบบส่องสว่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้นและจะประหยัดไฟลงกว่าเดิม
ควบคู่ไปกับการซ่อมแซมระบบไฟถนนโดยรอบสนามฟุตบอลที่เสื่อมสภาพ ทั้งตัวโคมและสายเมนใต้ดิน ภายใต้งบประมาณ 777,000 บาท เพื่อให้พื้นที่สัญจรมีความสว่างเพียงพอ ปลอดภัย และประหยัดพลังงานในระยะยาว

พลังงานทางเลือกนำร่อง Solar Rooftop และ EV Charging Station
รองศาสตราจารย์ ดร.จิรพล สังข์โพธิ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารท่าพระจันทร์และการดิจิทัล พร้อมด้วยผู้บริหารมหาวิทยาลัย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เมื่อเดือนกันยายน 2568 เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งข้อตกลงความร่วมมือนี้ครอบคลุมการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ที่ กฟน. เป็นผู้ลงทุนและบำรุงรักษาระบบตลอด 20 ปี ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยยังได้เตรียมความพร้อมเชิงโครงสร้างพื้นฐานล่วงหน้าแล้วในช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม 2568 โดยใช้งบประมาณ 1,500,000 บาท ทำระบบกันซึมชั้นดาดฟ้าพื้นที่กว่า 1,800 ตารางเมตร บนอาคารธรรมศาสตร์ 60 ปี เพื่อรองรับแผงโซลาร์เซลล์ดังกล่าว
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยมีโครงการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging Station) ชนิดชาร์จเร็ว DC Charger 180kW จำนวน 2 หัวชาร์จ ภายในศูนย์ท่าพระจันทร์ ที่ได้ดำเนินการแล้วเสร็จและเปิดใช้งานเมื่อเดือนมกราคม 2569
ระบบขนส่งมวลชนสีเขียวที่เชื่อมต่อการเดินทางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ด้านการสัญจร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ผลักดันระบบขนส่งมวลชนพลังงานไฟฟ้าเพื่อลดมลพิษทางอากาศอย่างเต็มที่ โดยจัดสรรงบประมาณ 4,000,000 บาท จ้างเหมาบริการรถมินิบัสโดยสาร EV ขนาด 22 ที่นั่ง จำนวน 4 คัน รับส่งบุคลากรและนักศึกษามายังศูนย์ท่าพระจันทร์ จากเส้นทางสถานีรถไฟฟ้าสนามไชยและฝั่งธนบุรี (สายใต้เก่า) โดยดำเนินการในช่วงเดือนตุลาคม 2568 ถึงมีนาคม 2569
ภายในพื้นที่ศูนย์รังสิตเองก็ได้เดินหน้าโครงการจ้างเหมาบริการรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV SHUTTLE BUS) เช่นกัน โดยเริ่มให้บริการแล้วในช่วงเดือนเมษายน 2569 โครงการนี้เน้นการปรับปรุงขนาดรถ พัฒนาระบบความปลอดภัย และบริหารจัดการการเดินรถ อีกทั้งยังมีการวางแผนทำระบบป้ายรถโดยสารอัจฉริยะเชื่อมโยงกับแอปพลิเคชัน VIABUS ซึ่งกำหนดแล้วเสร็จในปี 2569 นี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานติดตามรถได้แบบเรียลไทม์
การจัดการทรัพยากรอาคาร เน้นประสิทธิภาพการใช้งานจริง
มหาวิทยาลัยยังเดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพสิ่งอำนวยความสะดวกภายในอาคารผ่านโครงการเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศใหม่จำนวน 74 ห้อง ภายในอาคารเรียนรวมสังคมศาสตร์ (SC1) ศูนย์รังสิต เพื่อทดแทนอุปกรณ์เดิมที่เสื่อมสภาพ ซึ่งการใช้อุปกรณ์ที่ประหยัดพลังงานจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคของมหาวิทยาลัยในภาพรวม
โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ คือผลลัพธ์จากการนำประเด็นสิ่งแวดล้อมมาบูรณาการกับงานบริหารกายภาพประจำวันเพื่อสร้างผลกระทบด้านความยั่งยืนที่จับต้องได้จริง ผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดกระบวนการดำเนินงานและข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมได้จาก รายงานประจำปี บันทึกธรรมศาสตร์ 2569