ธรรมศาสตร์ ผนึกกำลัง สสว. ร่วมพัฒนา SME ไทย ด้วยนวัตกรรมและความยั่งยืน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่อนาคต
ประเด็นสำคัญ (Highlights)
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดตัวโครงการ “Empowering SME ไทยก้าวสู่อนาคต” และ “รางวัลสุดยอด SME แห่งชาติครั้งที่ 18 (SME National Awards 2026)” เสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการไทย
- โครงการมุ่งพัฒนาผู้ประกอบการ SME ไทยให้ปรับตัวและแข่งขันได้ในเศรษฐกิจยุคใหม่ ทั้งด้านดิจิทัล นวัตกรรม และความยั่งยืนสากล
- ภายในงานมีการนำเสนอแนวทางการพัฒนา SME ผ่านเสาหลักสำคัญ คือ Digital Transition, Innovation Transition, Green Transition เพื่อยกระดับและพัฒนาผู้ประกอบการ SME อย่างมีศักยภาพ
ปัจจุบัน วิสาหกิจระดับกลางและขนาดย่อม (SMEs) เป็นกลไกสำคัญที่สร้างงานและรายได้มหาศาลให้กับประเทศ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่สำคัญคือการยกระดับกลุ่มวิสาหกิจรายย่อยที่มีจำนวนมาก ให้สามารถเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันได้ทัดเทียมกับกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งเป็นฐานรากที่ทรงพลังในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ
ล่าสุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดตัวโครงการ “Empowering SME ไทยก้าวสู่อนาคต” และ“รางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ ครั้งที่ 18 (SME National Awards 2026)” มุ่งส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการ SME อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมเมอเวนพิค สุขุมวิท 15 กรุงเทพมหานคร
บทบาทของผู้ประกอบการ SME กับเศรษฐกิจในสังคมไทย
นางสาวปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยข้อมูลวิเคราะห์สถานการณ์ SME ไทยว่า ปัจจุบัน SMEs เป็นกลไกหลักของเศรษฐกิจไทย คิดเป็นร้อยละ 99.5 ของสถานประกอบการทั้งหมด แต่ความท้าทายอยู่ที่โครงสร้างเชิงลึก เพราะกลุ่มวิสาหกิจรายย่อยมีความสามารถในการสร้างรายได้น้อย ในขณะที่กลุ่มขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเรียกว่า “กลุ่มยอดพีระมิด” คือกลุ่มศักยภาพสูงที่สร้างรายได้หลัก สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จึงเล็งเห็นความจำเป็นในการขยายขนาดธุรกิจของกลุ่มนี้ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
มุ่งยกระดับ SME ผ่าน 3 เสาหลัก
รองศาสตราจารย์ ดร. อรพรรณ คงมาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานทะเบียนนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะหัวหน้าโครงการ กล่าวว่า จุดมุ่งหมายหลักของโครงการนี้ คือยกระดับธุรกิจขนาดกลาง (Medium) ไปสู่ขนาดใหญ่ (Large) โดยครอบคลุมกลุ่มธุรกิจยุทธศาสตร์ ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม สุขภาพและความงาม เทคโนโลยีและนวัตกรรม และธุรกิจบริการ
โครงการ Empowering SME ไทยก้าวสู่อนาคต มีการวางแนวทางการพัฒนา SME ผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่
- Digital Transition: การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
- Innovation Transition: การสร้างนวัตกรรมด้านแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ และบริการ
- Green Transition: การยกระดับมาตรฐานธุรกิจให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังถูกออกแบบมาเพื่อเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างระบบนิเวศธุรกิจ (Ecosystem) ที่แข็งแกร่ง ยกระดับผู้ประกอบการ SME ไทยให้กลายเป็นกลุ่มผู้นำที่มีศักยภาพสูง เพื่อร่วมกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยให้ก้าวสู่อนาคต
สานพลังความร่วมมือ เพื่อยกระดับ SME อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ โครงการยังเชื่อมโยงความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรระดับประเทศ ได้แก่ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ธนาคารยูโอบี BizzUp และบริษัท เจย์ แคปปิตอล แอดไวเซอรี จำกัด เพื่อสนับสนุนองค์ความรู้ โอกาสทางธุรกิจ และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการไทย
บทบาทของมหาวิทยาลัยสู่การพัฒนา SME เพื่ออนาคต
ในฐานะที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นหน่วยงานดำเนินงานที่ได้รับมอบหมายจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ให้นำนโยบายมาถ่ายทอดเป็นแนวทางการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SME อย่างเป็นระบบ ผ่านการอบรมและส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการ เทคโนโลยีดิจิทัล นวัตกรรม และเศรษฐกิจสีเขียว อันจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเสริมยกระดับจากระดับ M ไปสู่ L ตามเป้าหมายของโครงการ เพื่อสร้างความพร้อมในการแข่งขันทั้งในประเทศและระดับสากลให้กับ SME ไทย
สำหรับผู้ประกอบการ SME ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ “Empowering SME ไทยก้าวสู่อนาคต” สามารถติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://empowering-sme.com