Thammasat University’s Wage Policy: A Commitment to Sustainable People Care and Decent Employment

นโยบายค่าจ้างธรรมศาสตร์ที่สะท้อนการดูแลบุคลากรอย่างยั่งยืน มุ่งสู่การจ้างงานที่มีคุณค่า

ภายใต้พันธกิจการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 8 ว่าด้วยงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Decent Work and Economic Growth) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่มั่นคงและมีคุณภาพ ผ่านนโยบายการจ้างงานที่เป็นธรรม โดยกำหนดอัตราค่าตอบแทนที่สามารถแข่งขันได้และสูงกว่ามาตรฐานเกณฑ์ชี้วัดระดับประเทศในหลายระดับคุณวุฒิ

ค่าตอบแทนที่เพียงพอสำหรับเริ่มต้นการทำงานอย่างมีคุณภาพชีวิต

จุดเด่นที่สะท้อนความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัย คือการกำหนดอัตราค่าจ้างสำหรับบุคลากรผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี โดยกำหนดอัตราเริ่มต้นสำหรับสายวิชาชีพเฉพาะและเชี่ยวชาญเฉพาะ ระดับปฏิบัติการไว้ที่ 21,250 บาทต่อเดือน และสำหรับสายวิชาการ (ตำแหน่งอาจารย์) เริ่มต้นที่ 23,500 บาทต่อเดือน ซึ่งทั้งสองอัตรานี้สูงกว่าเกณฑ์ชี้วัดทางการเงินที่สำคัญของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

ความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยสะท้อนให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมผ่านการกำหนดอัตราค่าจ้างแรกเข้าสำหรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในสายวิชาชีพเฉพาะและเชี่ยวชาญเฉพาะที่ 21,250 บาทต่อเดือน และสำหรับสายวิชาการ (ตำแหน่งอาจารย์) ที่ 23,500 บาทต่อเดือน ซึ่งทั้งสองอัตรานี้สูงกว่าเกณฑ์ชี้วัดทางการเงินที่สำคัญของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์ชี้วัดสำคัญในระดับประเทศ จะเห็นภาพที่ชัดเจนดังนี้

  • ค่าแรงขั้นต่ำ: รัฐบาลได้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 อยู่ที่ 400 บาทต่อวัน หรือคิดเป็นประมาณ 12,000 บาทต่อเดือน ซึ่งอัตราเริ่มต้นต่ำที่สุดของธรรมศาสตร์ยังคงสูงกว่าเกณฑ์ดังกล่าว
  • เส้นความยากจน (Poverty Line): สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้กำหนดเส้นความยากจนสำหรับปี 2567 ไว้ที่ 3,078 บาทต่อคนต่อเดือน ดังนั้น สำหรับครัวเรือนขนาด 4 คน เส้นความยากจนจะอยู่ที่ 12,312 บาทต่อเดือน ซึ่งอัตราค่าจ้างแรกเข้าต่ำที่สุดของมหาวิทยาลัยยังคงสูงกว่าเกณฑ์นี้

จาก “ค่าจ้างขั้นต่ำ” สู่ “ค่าจ้างเพื่อชีวิต” (Living Wage) เพื่อการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ

นอกเหนือจากการปฏิบัติตามเกณฑ์ขั้นต่ำของภาครัฐแล้ว มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยังก้าวไปอีกขั้นด้วยการยึดมั่นในแนวคิด “ค่าจ้างเพื่อชีวิต” (Living Wage) ซึ่งหมายถึงค่าตอบแทนที่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายพื้นฐานที่จำเป็นของครัวเรือน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ที่อยู่อาศัย การดูแลสุขภาพ การศึกษา การเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างสมศักดิ์ศรี

เมื่อพิจารณาข้อมูลค่าครองชีพในเขตเมืองและตัวเลขค่าจ้างเพื่อชีวิตที่อ้างอิงจาก Global Living Wage Coalition (GLWC) ซึ่งประเมินไว้ที่ประมาณ 14,324 บาทต่อเดือน จะเห็นได้ว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำทุกตำแหน่งของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้นสูงกว่าเกณฑ์ค่าจ้างเพื่อชีวิตนี้ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจของมหาวิทยาลัยที่ไม่เพียงต้องการให้บุคลากร “อยู่รอด” แต่มุ่งหวังให้สามารถ “อยู่อย่างมีคุณภาพ” ได้อย่างแท้จริง

ครอบคลุมทุกระดับ: หลักประกันคุณภาพชีวิตของบุคลากรสายสนับสนุน

นอกเหนือจากสายวิชาการและวิชาชีพ มหาวิทยาลัยยังดูแลบุคลากรสายสนับสนุนในระดับคุณวุฒิอื่นๆ อย่างทั่วถึง (อ้างอิงประกาศอัตราค่าจ้างฯ พ.ศ. 2567) โดยพบว่า

  • บุคลากรคุณวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) มีอัตราค่าจ้างเริ่มต้นที่ 12,690 บาทต่อเดือน ซึ่งสูงกว่าทั้งอัตราค่าจ้างขั้นต่ำและเส้นความยากจนสำหรับครัวเรือน
  • บุคลากรคุณวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) มีอัตราค่าจ้างเริ่มต้นที่ 15,530 บาทต่อเดือน ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ชี้วัดพื้นฐานและเข้าใกล้แนวคิดค่าจ้างเพื่อชีวิตมากยิ่งขึ้น

นโยบายค่าตอบแทนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จึงเป็นมากกว่าการจ่ายเงินเดือน แต่คือการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้แก่ชีวิตของบุคลากรและครอบครัว ให้สามารถเติบโตไปพร้อมกับองค์กรได้อย่างยั่งยืน นโยบายนี้ไม่เพียงแต่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่ความเป็นเลิศต่อไป

เอกสารอ้างอิง: ประกาศมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่่าขั้นสูงของบัญชีพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2567

Rates-of-Minimum-and-Maximum-Pay-for-the-University-Staff-Salary-Scale-B.E.-2567
SHARE

Related SDGs

COMMENTS

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Picture of Natetida Bunnag
Natetida Bunnag

Related Activities